Page 17 - ระเบียบ ประกาศ และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกำหนด
P. 17

หน้า   ๙
             เล่ม   ๑๓๔   ตอนที่   ๑๒๓   ก   ราชกิจจานุเบกษา            ๑๒   ธันวาคม   ๒๕๖๐


                    ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ  หรือพ้นจากตําแหน่งตามมาตรา  ๒๐  (๔)
             ให้กรรมการที่พ้นจากตําแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการใหม่แทน
                    มาตรา  ๒๐  นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ  กรรมการพ้นจากตําแหน่งเมื่อ
                    (๑)  ตาย
                    (๒)  ลาออก
                    (๓)  ขาดคุณสมบัติตามมาตรา  ๘  หรือมาตรา  ๙  หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา  ๑๐

                    (๔)  พ้นจากตําแหน่งตามมาตรา  ๔๐  วรรคสาม
                    เมื่อประธานกรรมการพ้นจากตําแหน่งประธานกรรมการ  ให้พ้นจากตําแหน่งกรรมการด้วย
                    ในกรณีที่มีปัญหาว่ากรรมการผู้ใดพ้นจากตําแหน่งตาม  (๒)  (๓)  หรือ  (๔)  หรือไม่  ให้เป็นหน้าที่
             และอํานาจของคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้วินิจฉัย  คําวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด
                    ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งประธานกรรมการหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้  ให้กรรมการเลือก
             กรรมการคนหนึ่งทําหน้าที่แทนประธานกรรมการ
                    ในระหว่างที่กรรมการพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ  และยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการแทนตําแหน่ง
             ที่ว่าง  ให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้  แต่ถ้ามีกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงสี่คน  ให้กระทําได้
             แต่เฉพาะการที่จําเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
                    ในกรณีที่กรรมการจะพ้นจากตําแหน่งตามวาระ  ให้ดําเนินการสรรหากรรมการใหม่ภายใน
             หนึ่งร้อยห้าสิบวันก่อนวันที่กรรมการครบวาระ  แต่ถ้ากรรมการพ้นจากตําแหน่งด้วยเหตุอื่นนอกจากการพ้นจาก

             ตําแหน่งตามวาระ  ให้ดําเนินการสรรหากรรมการภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่ตําแหน่งว่างลง
                    มาตรา  ๒๑  เมื่อมีผู้ร้องขอโดยมีหลักฐานตามสมควรว่ากรรมการผู้ใดพ้นจากตําแหน่ง
             ตามมาตรา  ๒๐  (๒)  (๓)  หรือ  (๔)  ให้เลขาธิการวุฒิสภาเสนอเรื่องต่อประธานกรรมการสรรหาภายในห้าวัน
             นับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ  และให้คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว  ในการวินิจฉัย
             ให้ถือเสียงข้างมากและให้ใช้วิธีลงคะแนนโดยเปิดเผย  ในกรณีที่มีเสียงเท่ากันให้ประธานกรรมการสรรหา
             ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
                    หลักฐานตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสรรหากําหนด
                    มาตรา  ๒๒  ในกรณีที่กรรมการต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะถูกกล่าวหาและศาลฎีกาหรือ
             ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้อง  และมีกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง
             ให้ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดร่วมกันแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มี
             ลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับกรรมการทําหน้าที่เป็นกรรมการเป็นการชั่วคราวให้ครบเจ็ดคน  โดยให้ผู้ซึ่ง
             ได้รับแต่งตั้งทําหน้าที่ในฐานะกรรมการได้จนกว่ากรรมการที่ตนทําหน้าที่แทนจะปฏิบัติหน้าที่ได้
             หรือจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้ดํารงตําแหน่งแทน










                                                                                                   9
   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22