Page 14 - ระเบียบ ประกาศ และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกำหนด
P. 14

หน้า   ๖
             เล่ม   ๑๓๔   ตอนที่   ๑๒๓   ก   ราชกิจจานุเบกษา            ๑๒   ธันวาคม   ๒๕๖๐


                    (๖)  อาจารย์ประจําหรือผู้เคยเป็นอาจารย์ประจําในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งสอนหรือทํางานวิจัย
             หรือทํางานด้านสิทธิมนุษยชนมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี  ซึ่งกรรมการตาม  (๑)  (๒)  (๓)  (๔)  และ
             (๕)  มีมติเลือกด้วยคะแนนเสียงสองในสาม  หนึ่งคน  เป็นกรรมการ
                    ให้เลขาธิการวุฒิสภาเป็นเลขานุการของคณะกรรมการสรรหา  และให้สํานักงานเลขาธิการ
             วุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา
                    องค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนตาม  (๔)  และสภาวิชาชีพตาม  (๕)  ต้องเป็นองค์กรหรือ
             สภาวิชาชีพที่ได้จดแจ้งไว้กับสํานักงาน  โดยหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขการจดแจ้ง  การรับจดแจ้ง
             และการเลือกกันเองให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด  โดยต้องกําหนดให้มีการเลือกกันเอง
             ให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่มีกรณีที่ต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ
                    วิธีการเลือกกรรมการสรรหาตาม  (๖)  ให้เป็นไปตามที่กรรมการสรรหาตาม  (๑)  (๒)  (๓)  (๔)
             และ  (๕)  ตกลงร่วมกัน  ในกรณีที่พ้นกําหนดระยะเวลาตามวรรคสามแล้วยังไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งกรรมการ
             สรรหาตาม  (๒)  หรือ  (๕)  หรือมีไม่ครบไม่ว่าด้วยเหตุใดและมีผู้ดํารงตําแหน่งกรรมการสรรหาตาม  (๔)
             อย่างน้อยหนึ่งคน  ให้กรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ดําเนินการตกลงและเลือกกรรมการสรรหาตาม  (๖)
             ได้ต่อไป  โดยต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันพ้นกําหนดระยะเวลาตามวรรคสาม
                    ในกรณีที่พ้นกําหนดเวลาการเลือกกรรมการสรรหาตาม  (๖)  แล้ว  ยังไม่มีผู้ดํารงตําแหน่ง
             กรรมการสรรหาตาม  (๒)  (๕)  หรือ  (๖)  หรือมีไม่ครบไม่ว่าด้วยเหตุใดและมีผู้ดํารงตําแหน่งกรรมการ
             สรรหาตาม  (๔)  อย่างน้อยหนึ่งคน  ให้คณะกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่และใช้อํานาจ
             ไปพลางก่อนได้  โดยในระหว่างนั้นให้ถือว่าคณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่
                    มาตรา  ๑๒  ให้กรรมการสรรหาตามมาตรา  ๑๑  (๔)  (๕)  และ  (๖)  อยู่ในวาระการดํารงตําแหน่ง
             จนถึงวันก่อนวันที่มีกรณีที่ต้องสรรหากรรมการใหม่  แต่ไม่รวมถึงการสรรหาใหม่หรือการสรรหาเพิ่มเติม
             ตามมาตรา  ๑๓  วรรคห้า  มาตรา  ๑๔  วรรคสองและวรรคสาม  และมาตรา  ๑๕  และให้กรรมการสรรหา
             ดังกล่าวพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระเมื่อตาย  ลาออก  ขาดคุณสมบัติ  หรือมีลักษณะต้องห้าม
                    ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสรรหาตามวรรคหนึ่งแล้ว  จะเป็นกรรมการสรรหาใน
             คณะกรรมการสรรหาสําหรับศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระอื่นในขณะเดียวกันมิได้
                    ในกรณีที่ตําแหน่งกรรมการสรรหาว่างลง  ให้ดําเนินการให้มีการเลือกกรรมการสรรหา
             แทนโดยเร็ว  ในระหว่างที่ยังไม่ได้กรรมการสรรหาใหม่  ถ้ายังมีกรรมการสรรหาตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป
             ให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่
                    ให้ประธานกรรมการสรรหาและกรรมการสรรหาเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
                    มาตรา  ๑๓  ในการสรรหากรรมการ  ให้คณะกรรมการสรรหาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม
             ไม่เลือกปฏิบัติ  และปราศจากอคติทั้งปวง  โดยอย่างน้อยการสรรหาต้องมีกระบวนการ  ดังต่อไปนี้
                    (๑)  ประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปถึงกระบวนการสรรหากรรมการ  โดยอย่างน้อย
             ต้องระบุจํานวนตําแหน่งกรรมการที่จะสรรหา  หลักเกณฑ์  วิธีการ  และระยะเวลาที่จะใช้ในการสรรหา








      6
   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19