Page 16 - ระเบียบ ประกาศ และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกำหนด
P. 16

หน้า   ๘
             เล่ม   ๑๓๔   ตอนที่   ๑๒๓   ก   ราชกิจจานุเบกษา            ๑๒   ธันวาคม   ๒๕๖๐


             ไม่ครบจํานวนที่ต้องสรรหา  แต่เมื่อรวมกับกรรมการซึ่งยังดํารงตําแหน่งอยู่  ถ้ามี  มีจํานวนถึงห้าคน
             ก็ให้ดําเนินการประชุมเพื่อเลือกประธานกรรมการได้  และเมื่อโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว
             ให้คณะกรรมการดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจต่อไปพลางก่อนได้  โดยในระหว่างนั้นให้ถือว่า
             คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่  และให้ดําเนินการสรรหาเพิ่มเติมให้ครบตามจํานวน
             ที่ต้องสรรหาต่อไปโดยเร็ว
                    ให้ประธานวุฒิสภานําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการ  และ
             เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
                    มาตรา  ๑๕  ผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการโดยที่ยังมิได้พ้นจากตําแหน่ง
             ตามมาตรา  ๑๐  (๒๐)  (๒๑)  หรือ  (๒๒)  หรือยังประกอบวิชาชีพตามมาตรา  ๑๐  (๒๓)  อยู่
             ต้องแสดงหลักฐานว่าได้ลาออกหรือเลิกประกอบวิชาชีพดังกล่าวแล้ว  ต่อประธานวุฒิสภาภายในเวลา
             ที่ประธานวุฒิสภากําหนด  ซึ่งต้องเป็นเวลาก่อนที่ประธานวุฒิสภาจะนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้ง
             กรรมการ  ในกรณีที่ไม่ได้แสดงหลักฐานภายในกําหนดเวลาดังกล่าว  ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ  และให้
             ดําเนินการสรรหาใหม่
                    มาตรา  ๑๖  ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครหรือ
             ผู้ได้รับการสรรหา  ให้เป็นหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้วินิจฉัย  คําวินิจฉัยของ
             คณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด
                    การเสนอเรื่องเพื่อให้คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยตามวรรคหนึ่ง  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ
             วิธีการที่คณะกรรมการสรรหากําหนด
                    การวินิจฉัย  ให้ใช้วิธีลงคะแนนโดยเปิดเผย
                    ให้นําความในวรรคหนึ่ง  วรรคสอง  และวรรคสาม  มาใช้บังคับแก่กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับ
             คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการสรรหาด้วยโดยอนุโลม  แต่กรรมการสรรหาที่ถูกกล่าวหาว่า
             ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามจะอยู่ในที่ประชุมในขณะพิจารณาและวินิจฉัยมิได้
                    มาตรา  ๑๗  ให้ประธานกรรมการสรรหาและกรรมการสรรหาได้รับเบี้ยประชุมและ
             ค่าตอบแทนอื่นตามที่ประธานวุฒิสภากําหนด  แต่สําหรับเบี้ยประชุมให้กําหนดให้ได้รับเป็นรายครั้ง
             ที่มาประชุมในอัตราไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของประธานกรรมการหรือกรรมการในคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา
             ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภาได้รับในแต่ละเดือน  แล้วแต่กรณี
                    มาตรา  ๑๘  การนําคดีอันเกี่ยวเนื่องกับการได้มา  คุณสมบัติ  ลักษณะต้องห้าม  หรือ
             การพ้นจากตําแหน่งของกรรมการสรรหาไปสู่ศาลปกครอง  ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการปฏิบัติตามคําวินิจฉัย
             ของคณะกรรมการสรรหา  และมิให้นําบทบัญญัติว่าด้วยมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวตามกฎหมาย
             ว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองมาใช้บังคับ
                    มาตรา  ๑๙  กรรมการมีวาระการดํารงตําแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง
             และให้ดํารงตําแหน่งได้เพียงวาระเดียว








      8
   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21