Page 113 - รายงานผลการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะ มาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (ฉบับสมบูรณ์)
P. 113

รายงานผลการศึกษาวิจัยเพื่อจัดท าข้อเสนอแนะ มาตรการ หรือแนวทางในการส่งเสริมและ
               คุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


                       (1)  พื้นที่บ้ำนโป่งลึก-บ้ำนบำงกลอย จังหวัดเพชรบุรี

                       การตั้งถิ่นฐานของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บ้านโป่งลึก-บ้านบางกลอยนั้นสามารถสืบย้อนหลังกลับไปได้

                                     1
               ตั้งแต่ก่อน ปี พ.ศ. 2407  และมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลไทยมาโดยตลอด ดังปรากฏในเอกสารการแต่งตั้ง
               ให้หัวหน้าชาวกะเหรี่ยงเป็นนายด่านเมืองชายแดนเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งชาวกะเหรี่ยงได้ด ารงชีวิต
               ในพื้นที่ดังกล่าวเรื่อยมาจนในปี พ.ศ. 2518 ได้มีการประกาศตั้งหมู่บ้านบางกลอย หมู่ที่ 7 ต าบลสองพี่น้อง

                                            2
               อ าเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
                       ต่อมาในปี พ.ศ. 2524 ได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาก าหนดบริเวณที่ดินป่ายางน้ ากลัดเหนือ

               และป่ายางน้ ากลัดใต้ ในท้องที่ต าบลยางน้ ากลัดเหนือ กิ่งอ าเภอหนองหญ้าปล้อง อ าเภอเขาย้อย และต าบล
               สองพี่น้อง ต าบลแก่งกระจาน อ าเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2524 ท าให้เขต

               พื้นที่หมู่บ้านบางกลอย หมู่ที่ 7 ต าบลสองพี่น้อง อ าเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี กลายเป็นส่วนหนึ่งของ

               พื้นที่อุทยานแห่งชาติ และเป็นเหตุให้รัฐบาลไทยในช่วงปี พ.ศ. 2539 มีนโยบายให้อพยพชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่
               บางกลอยบนไปยังพื้นที่จัดสรรโป่งลึก-บางกลอยแทน

                       การอพยพส่งผลต่อวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง เนื่องจากวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงสัมพันธ์อยู่กับ

               สภาพแวดล้อม การอพยพย้ายถิ่นฐานท าเกิดความไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไป ประกอบกับ

               พื้นที่บ้านโป่งลึก-บางกลอยเป็นพื้นที่ไม่อุดมสมบูรณ์ การเพาะปลูกซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของชาวกะเหรี่ยง
               จึงได้รับผลผลิตที่ไม่เพียงพอ จึงได้กลับไปอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านบางกลอยบนตามเดิม ประกอบกับในช่วงนั้น

               ได้มีมติคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2553 เรื่องแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ซึ่งก าหนด

               นโยบายของรัฐและแนวทางของรัฐในการจัดการกับวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง เช่น ก าหนดให้ยุติการจับกุมและ
               ให้ความคุ้มครองกับชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่ข้อพิพาทเรื่องที่ท ากิน

               ในการท ากิน การอยู่อาศัย และการด าเนินวิถีชีวิตตามวัฒนธรรม เป็นต้น ซึ่งมาตรการตามมติคณะรัฐมนตรีนี้
               ขยายไปถึงมาตรการฟื้นฟูในระยะยาวโดยการเพิกถอนพื้นที่ที่รัฐประกาศให้เป็นพื้นที่ป่าไม้และป่าสงวน

               ซึ่งทับซ้อนกับที่ท ากินและที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่มีข้อเท็จจริงจากการพิสูจน์อย่างเป็นที่
               ประจักษ์แล้วว่าได้อยู่อาศัย ด าเนินชีวิต และใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวมาเป็นเวลานาน หรือก่อนที่รัฐ

               จะประกาศกฎหมาย หรือนโยบายทับซ้อนพื้นที่ดังกล่าว

                       อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 5 - 9 พฤษภาคม 2554 ได้เกิดเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่อุทยานได้ใช้อ านาจตาม

               พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 เข้าเผาท าลายบ้านยุ้งข้าว สิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินของ

               ชาวกะเหรี่ยง ต่อมาในวันที่ 17 เมษายน 2557 นายพอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยง






               1   สมชาย หอมละออ และพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ. (2562). ใจแผ่นดินแผ่นดินกลางใจกะเหรี่ยงแก่งกระจาน. (กรุงเทพ: มูลนิธิผสาน
                   วัฒนธรรม). น.59.
               2   ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นหมู่ที่ 1 ต าบลห้วยแม่เพรียง อ าเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี.



               3-2                                                              สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
   108   109   110   111   112   113   114   115   116   117   118