Page 130 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 130

129



                 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา  สามารถกลับคืนสู่สังคมได้ และชุมชนมีส่วนร่วมในการ  บทที่
             เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  แก้ไขปัญหา รวมทั้งการนำามาตรการทางเลือกอื่น ๆ เช่น   1

             ทรงมีพระราชดำารัสเปิดงานสัมมนาว่ามีความยินดี  การใช้เทคโนโลยีกำากับติดตามเข้ามาใช้แทนการลงโทษ
             ที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดสัมมนาทางวิชาการครั้งนี้ คำาว่า   ทางอาญา ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้กระทำาความผิดได้รับการลงโทษ  บทที่
                                                                                                                   2
             “สิทธิมนุษยชน” มีความสำาคัญและแสดงถึงสิทธิที่มนุษย์  ที่เหมาะสม และอยากที่จะกลับมาเป็นคนดีในสังคมได้
             ทุกคนพึงมีเพื่อทรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และ                                                  บทที่
             พึงได้รับความคุ้มครอง รวมถึงผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำา  มาตรการด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อการลงโทษทางอาญาเป็น  3

             โดยต้นเหตุของการกระทำาหลายครั้งมักเกิดขึ้นจากการ   แนวทางปฏิบัติที่คำานึงถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์    บทที่
             ขาดโอกาส ขาดความรู้ และทางเลือกที่ถูกต้องในชีวิต  สำาหรับเด็กจะมีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กเพิ่มเข้ามา    4
             ดังนั้นนอกเหนือจากการลงโทษด้วยการจำากัดเสรีภาพ     เพื่อให้การกระทำาต่าง ๆ คำานึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก

             แล้ว การคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานรวมทั้งการให้สิทธิ  ซึ่งอนุสัญญานี้ถือเป็นฐานสำาคัญที่ถูกนำามาใช้เป็นหลักคิด   บทที่
             ในการแก้ไขตนเองและการเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ เพื่อแก้ไข  ในการกำาหนดมาตรการพิเศษแทนการดำาเนินคดีทางอาญา    5
             ปรับปรุงพฤติกรรมจึงเป็นสิ่งสำาคัญ ที่ผ่านมาประเทศไทย  เช่น การใช้กระบวนการประชุมกลุ่มบำาบัด ฟื้นฟู แก้ไข   ภาค
             มีบทบาทนำาในการผลักดันมาตรฐานสากลที่คุ้มครอง       หรือการไกล่เกลี่ย หรือที่เรียกว่า กระบวนการยุติธรรม  ผนวก
             สิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขัง โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิง  เชิงสมานฉันท์ เพื่อไม่ให้เด็กต้องถูกกักขังและได้มีโอกาส

             จนทำาให้สหประชาชาติรับรองข้อกำาหนดสหประชาชาติ      พัฒนาตนเอง
             ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และมาตรการที่มิใช่
             การคุมขังสำาหรับผู้กระทำาผิดหญิง ซึ่งถือเป็นก้าวสำาคัญ  การสัมมนาในครั้งนี้ได้มีข้อเสนอแนะในการแก้ไข

             ในประวัติศาสตร์ด้านสิทธิมนุษยชนเพราะข้อกำาหนด  ปัญหากระบวนการยุติธรรมไทย ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องกลับ
             กรุงเทพมหานคร  ทำาให้นานาประเทศหันมาสนใจ  มาพิจารณาตั้งแต่กระบวนการเรียนการสอนกฎหมาย
             เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขังและนำาไปสู่การรับรอง  ในระดับมหาวิทยาลัย การบูรณาการการทำางานของหน่วยงาน
             ข้อกำาหนดแมนเดลาในเวลาต่อมา                        ที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ และผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อแก้ไข
                                                                ปัญหาคนล้นคุก รวมทั้งจะต้องเพิ่มทางเลือกในการลงโทษ

                 ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้รับทราบข้อมูลสำาคัญและ  ทางอาญา คือ การบำาเพ็ญประโยชน์หรือบริการสาธารณะ
             มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่อง การลงโทษ   สิ่งเหล่านี้เป็นมาตรการที่จะต้องดำาเนินการควบคู่ไปกับ
             ทางอาญากับหลักสิทธิมนุษยชน อาทิ “ยุติธรรมเชิง      การสร้างความเข้าใจและลดอคติของคนในสังคม เพื่อให้ผู้ต้องขัง

             สมานฉันท์” ปัจจุบันจำานวนผู้ต้องขังในไทยที่เพิ่มสูงถึง  สามารถกลับมาเป็นทรัพยากรที่สำาคัญของชาติได้อีกครั้ง
             เกือบสี่แสนคน ทำาให้ไทยครองอันดับ 6 ของโลก และ
             เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มประเทศอาเซียน จนเกิดภาวะ  5.2) การจัดสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง “การเข้าถึง
             ที่เรียกว่า “คนล้นคุก” โดยสถิติผู้ต้องขัง 80% เป็น  กระบวนการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพตามหลักการชี้แนะ
             ผู้ต้องขังในคดียาเสพติด ทั้งนี้หากมองย้อนกลับไปถึง  ของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน”

             สาเหตุของจำานวนผู้ต้องขังที่เพิ่มสูงขึ้น จะพบว่าเกิดจาก   เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ณ โรงแรม อนันตรา
             ปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระบวนการยุติธรรมเน้นไปที่  ริเวอร์ไซด์ อาคารอวานี เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
             การลงโทษผู้กระทำาความผิดและการแก้แค้นทดแทน  เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องหลักการ

             เป็นหลัก ซึ่งหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้เรื่อยไป มีความกังวล  ชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
             ว่าจะกลายเป็นระเบิดเวลาที่จะสร้างผลกระทบต่อ        (UN Guiding Principles on Business and Human
             กระบวนการยุติธรรมไทยและสังคมทั้งระบบ ดังนั้น   Rights) ให้แก่หน่วยงานต่างๆ ที่ทำาหน้าที่เป็นกลไก
             จึงต้องปรับกระบวนทัศน์ในการแก้ไขปัญหาที่มุ่งเน้น   ทางการยุติธรรมของรัฐ  (State-based  Judicial
             การลงโทษผู้กระทำาความผิดมาเป็นกระบวนการทำาให้      Mechanisms) กลไกการร้องทุกข์ที่ไม่ใช่กระบวนการ

             ผู้เสียหายได้รับการชดเชย เยียวยา ผู้กระทำาผิดได้รับ  ยุติธรรมโดยรัฐ  (State-based  Non-judicial
             การฟื้นฟู แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำาของตน  Mechanisms)
   125   126   127   128   129   130   131   132   133   134   135