Page 18 - สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีขอให้ลบประวัติอาชญากร และทำลายแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือ
P. 18
หน่วยงานของรัฐสำาเร็จตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานเท่านั้น ซึ่งสำานักงานตำารวจแห่งชาติมีอำานาจ
หน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำาความผิดทางอาญา ตามมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง (๓) แห่ง
พระราชบัญญัติตำารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยข้อมูลประวัติอาชญากรและลายพิมพ์นิ้วมือของ
ผู้กระทำาความผิดกฎหมายที่มีโทษทางอาญาจึงเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอำานาจหน้าที่
ของสำานักงานตำารวจแห่งชาติ เมื่อสำานักงานตำารวจแห่งชาติจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้เพื่อประโยชน์
ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การสืบสวน และการสอบสวน ดำาเนินคดีกับผู้กระทำา
ความผิดทางอาญา อันเป็นอำานาจหน้าที่ตามกฎหมายของสำานักงานตำารวจแห่งชาติให้บรรลุผลและ
มีประสิทธิภาพ กรณีจึงถือได้ว่าเป็นการจัดเก็บข้อมูลเท่าที่เกี่ยวข้องและจำาเป็นเพื่อให้การดำาเนินงาน
ของสำานักงานตำารวจแห่งชาติสำาเร็จตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน ตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง (๑) แห่ง
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ดังนั้น สำานักงานตำารวจแห่งชาติจึงมีอำานาจ
จัดเก็บข้อมูลประวัติอาชญากรและลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ฟ้องคดีได้ตามกฎหมายดังกล่าว
ประเด็นที่ ๒ พระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร-
มหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา พ.ศ. ๒๕๕๐ มีผลให้ผู้ฟ้องคดีเกิดสิทธิเรียกร้องให้
สำานักงานตำารวจแห่งชาติ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑) ผู้บัญชาการตำารวจแห่งชาติ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒) กองทะเบียน
ประวัติอาชญากร สำานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำานักงานตำารวจแห่งชาติ (ผู้ถูกฟ้อง
คดีที่ ๓) และผู้กำากับการฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔) ลบข้อมูลประวัติอาชญากร
และทำาลายแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ฟ้องคดี หรือไม่
ศาลปกครองกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่า มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ
พ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติว่า “ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่างๆ ซึ่งกระทำาก่อน
หรือในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้นๆ” บทบัญญัติดังกล่าวในส่วนที่ระบุว่า ให้ถือว่า
ผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้นๆ หมายความว่า ผู้ที่ถูกลงโทษไม่เคยถูกลงโทษเท่านั้น ไม่ได้
หมายความว่า ให้การกระทำาความผิดที่เป็นเหตุให้ถูกลงโทษถูกลบล้างไปด้วย ดังนั้น กรณีของผู้ฟ้องคดี
แม้จะเป็นผู้ที่ได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็มีผลเพียงว่าผู้ฟ้องคดี
ไม่เคยถูกลงโทษในข้อหานั้นๆ มาก่อนเท่านั้น ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า เมื่อผู้ฟ้องคดีได้รับการล้างมลทิน
ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงถือว่ามีกฎหมายยกเว้นโทษนั้น ประมวลระเบียบการ
ตำารวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะ ๓๒ การพิมพ์ลายนิ้วมือ บทที่ ๔ ข้อ ๑.๓ กำาหนดว่า แผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือ
บัญชีประวัติ และบัตรดัชนีที่เกี่ยวข้องของบุคคล ให้อยู่ในข่ายทำาลายได้ ดังต่อไปนี้ ๑.๓.๗ เมื่อมีกฎหมาย
ยกเว้นโทษ ซึ่งหมายถึงการกระทำาอันกฎหมายบัญญัติว่า
เป็นความผิดอาญาแต่มีกฎหมายยกเว้นโทษให้กับผู้กระทำาความผิด เช่น ประมวล
กฎหมายอาญาได้บัญญัติยกเว้นโทษให้กับผู้กระทำาความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถ
บังคับตนเองได้เพราะมีจิตบกพร่อง (มาตรา ๖๕) การกระทำาความผิดโดยจำาเป็น (มาตรา ๖๗) หรือ
การกระทำาความผิดของเด็กอายุไม่เกิน ๑๐ ปี (มาตรา ๗๓) เป็นต้น และเมื่อมีกรณีกฎหมายยกเว้น
17
สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีขอให้ลบประวัติอาชญากร และทำาลายแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือ

