Page 68 - คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
P. 68

ท่านอะลูสิย์ (Alusi) ได้อรรถาธิบายโองการข้างต้นว่า “และโดย

                 แน่นอน เราได้ให้เกียรติแก่ลูกหลานอาดัม คือ เราได้ถือว่าพวกเขาทั้งหมด
                 จะเป็นผู้ที่เป็นคนดีในหมู่พวกเขา หรือจะเป็นคนชั่วก็ตาม ถือเป็นบุคคล
                 ที่ทรงด้วยเกียรติ กล่าวคือ มีศักดิ์ศรีและมีลักษณะความสง่าในตัวมากมาย”
                 (Alusi : Ruhulmaani : 15 : 117)
                        จะพบว่าอิสลามได้ให้ความสำาคัญกับร่างกายมนุษย์ ทั้งในขณะที่

                 มีชีวิตอยู่และหลังจากเสียชีวิตไปแล้ว  ซึ่งสามารถสัมผัสได้ในข้อเท็จจริง
                 ที่เป็นข้อกฎหมายที่คุ้มครองและปกป้องร่างกายมนุษย์ในลักษณะส่งเสริม
                 ให้รักษาสุขภาพ  วางมาตรการและบทลงโทษอย่างหนักสำาหรับผู้ที่

                 ละเมิดหรือทำาร้ายร่างกาย ทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมกันนั้นยังถือว่า
                 ร่างมนุษย์เป็นสิทธิของอัลลอฮ์เหนือมนุษย์ทุกคน โดยถือว่าการทำาร้าย
 حقق             ร่างกายตนเอง หรือพยายามทำาร้ายร่างกายตนเอง เป็นความผิดที่ต้อง
                 รับโทษตามกฎหมาย  อัลลอฮ์ได้กำาหนดสิทธิต่างๆ  แก่มนุษย์ตั้งแต่
                 อยู่ในครรภ์มารดา ในขณะที่มีชีวิตอยู่และหลังจากการเสียชีวิต อันเป็น

                 สิทธิที่พึงได้รับการดูแลและได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเป็นการ
                 ให้เกียรติต่อสถานะความเป็นมนุษย์
                        ซึ่งภายหลังที่เสียชีวิตแล้วก็ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิหรือทำาการ

                 ลบหลู่เกียรติ โดยห้ามทำาร้ายศพหรือทำาลายรูปลักษณ์ของศพ และห้าม
                 กล่าวคำาที่แสดงถึงการเหยียดหยามหรือด่าทอศพ ท่านศาสดามุฮัมมัด
                 กล่าวว่า “การหักกระดูกผู้เสียชีวิตนั้นเสมือนเป็นการหักกระดูกผู้ที่มีชีวิต”
                 บันทึกโดยอิบนุมาญะฮ์ ฮะดิษหมายเลข 1616 และท่านศาสดามุฮัมมัด
                 ยังกล่าวอีกว่า  “เมื่อใดที่พวกท่านได้เยี่ยมผู้ป่วยหรือเยี่ยมผู้เสียชีวิต

                 ก็จงกล่าวคำาพูดที่ดีๆ แท้จริงบรรดามะลาอิกะฮ์ (เทวทูตผู้ปฏิบัติหน้าที่
                 ตามคำาสั่งของอัลลอฮ์ ซึ่งมนุษย์ธรรมดามองไม่เห็น) ได้กล่าวขอพรให้
                 อัลลอฮ์ทรงสนองตอบในสิ่งที่พวกท่านกล่าวถึง” บันทึกโดยมุสลิมฮะดิษ

                 หมายเลข 919





           52    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73