Page 139 - รายงานฉบับสมบูรณ์ ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ 1
P. 139
บทที่ ๔
ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตํารวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิ
ในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ ๑
ดังจะเห็นได้จากคํากล่าวของเจ้าหน้าที่ตํารวจระดับรองสารวัตรท่านหนึ่งได้
กล่าวไว้ว่า
“…ผมมองว่าเดี๋ยวนี้เด็กและเยาวชนที่กระทําผิดเริ่มมีอายุน้อยลง
และแต่ละคดีก็มีความรุนแรงมากไม่ต่างจากคดีที่ผู้ใหญ่กระทําผิด ตัวอย่างเช่น
เยาวชนอายุ ๑๖ ปี เคยก่อคดีมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒๐ ครั้ง แล้วก็เคยฆ่าคนตายมา
ก่อนด้วย ซึ่งในมุมมองของผมมองว่าโดยหลักการแล้วเด็กและเยาวชนควรได้รับ
การคุ้มครองตามกฎหมาย เพราะด้วยวัยของกลุ่มคนเหล่านี้ยังไม่สามารถคิด
ไตร่ตรองได้ดีเท่ากับผู้ใหญ่ แต่ผมก็เคยนั่งคิดอยู่เหมือนกันว่า บางครั้งก็เหมือน
กฎหมายให้การคุ้มครองกับเด็กและเยาวชนมาก มากจนบางครั้งตัวเด็กและ
เยาวชนเองบางทีก็ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะคิดว่าถึงอย่างไรกฎหมายก็ทําอะไร
เขาไม่ค่อยได้เพราะเขายังเป็นเยาวชนอยู่ อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้ใหญ่บางคนก็ใช้
ช่องว่างของกฎหมายในการใช้เด็กและเยาวชนในการกระทําความผิดมากขึ้น
เพราะรู้ว่าเด็กและเยาวชนได้รับการคุ้มครองสิทธิค่อนข้างมาก ซึ่งมันก็ส่งผลทําให้
ผู้กระทําความผิดที่เป็นเด็กและเยาวชนในปัจจุบันมีอัตราที่สูงมากขึ้นตามไปด้วย
ทําให้เจ้าหน้าที่ตํารวจเองก็จะต้องทํางานหนักมากขึ้น และด้วยขั้นตอนของ
การดําเนินคดีกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีมากเหลือเกิน ก็ทําให้ตํารวจเราทํางาน
ได้ยากลําบากมากขึ้นกว่าเดิม ผมเลยมีความคิดเห็นว่าควรมีการปรับแก้กฎหมาย
ให้สอดคล้องกับหลักการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่
ตํารวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นครับ…”
(๒) ปัญหากฎหมายยังไม่มีความชัดเจน จึงก่อให้เกิดการตีความได้ในหลาย
ประเด็น ซึ่งส่งผลทําให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ตํารวจมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ดังนั้นจึงเห็นว่าควร
แก้ไขโดยการออกกฎหมายที่ครอบคลุมและมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ดังจะเห็นได้จากคํากล่าวของเจ้าหน้าที่ตํารวจระดับรองสารวัตรท่านหนึ่งได้
กล่าวไว้ว่า
“…ผมมองว่าปัญหาใหญ่ๆก็คือข้อกฎหมายที่มีความไม่ชัดเจน ซึ่งก็ส่ง
ผลกระทบให้เกิดการตีความที่หลากหลาย ด้วยเหตุนี้จึงอาจจะทําให้ความเข้าใจ
ของประชาชนและความเข้าใจของตํารวจค่อนข้างคลาดเคลื่อนออกจาก
วัตถุประสงค์ของข้อกฎหมาย ซึ่งผมมองว่าควรมีการแก้ไขกฎหมายที่ออกมาใหม่
ให้มีความครอบคลุมและชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับ...”
๑๒๑
รายงานฉบับสมบูรณ์

