Page 132 - รายงานฉบับสมบูรณ์ ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ 1
P. 132
บทที่ ๔
ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตํารวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิ
ในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ ๑
มากกว่าแต่ก่อนเยอะ เพราะคนเดี๋ยวนี้เรียนสูงขึ้น อย่างน้อยๆขั้นต่ําส่วนมากก็ใน
ระดับปริญญาตรี รวมทั้งมีสื่อหลากหลายประเภทที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสิทธิ
ของประชาชน แต่ผมก็มองว่าถึงแม้ประชาชนจะมีความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับ
การบังคับใช้กฎหมายและสิทธิในกระบวนการยุติธรรมมากขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าลองถาม
ในเชิงลึกแล้วผมคิดว่าประชาชนก็อาจจะไม่ทราบรายละเอียดมากเท่าไหร่
ตัวอย่างเช่น ผมเคยไปจับแม่ค้าแผงลอยที่ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ แม่ค้าก็
บอกว่าไม่ให้จับ ไหนๆขอดูหมายจับหน่อย คือ ส่วนหนึ่งผมว่าประชาชนเขาพอ
ทราบนะว่าการที่ตํารวจจะมาจับกุมได้นั้นมีส่วนหนึ่งที่จะต้องมีหมายจับจากศาล
แต่ทั้งนี้แม่ค้าไม่ทราบว่าหากเป็นกรณีความผิดซึ่งหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่ตํารวจมี
อํานาจจับกุมได้ทันที ซึ่งในตรงจุดนี้ก็จะเห็นได้ว่าประชาชนเขาก็จะไม่ทราบข้อมูลใน
เชิงลึก แต่เพียงแค่รู้ว่าเขามีสิทธิทักท้วงเรื่องหมายจับจากศาลได้หากเกิดถูก
เจ้าหน้าที่ตํารวจจับกุม…”
(๔) การเข้าถึงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประชาชนในปัจจุบัน
กลุ่มเจ้าหน้าที่ตํารวจในระดับผู้บริหารที่มีตําแหน่งตั้งแต่ผู้กํากับการขึ้นไป
จากการสัมภาษณ์กลุ่มเจ้าหน้าที่ตํารวจระดับผู้บริหารพบว่าโดยส่วนใหญ่มี
ความคิดเห็นว่าปัจจุบันประชาชนเข้าถึงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น เพราะปัจจุบัน
ประชาชนมีการศึกษาที่สูงขึ้น รวมถึงในปัจจุบันมีสื่อหลายช่องทางที่ทําให้ประชาชนทราบว่าหากมี
ปัญหาในเรื่องนี้จะต้องไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานใด ตัวอย่างเช่น สํานักงานคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชน กระทรวงยุติธรรม สํานักงานอัยการ หรือมูลนิธิปวีณาฯ ฯลฯ อีกทั้งในปัจจุบันหากมี
การฟ้องร้องคดีกัน ประชาชนก็สามารถเข้าไปขอคําปรึกษากับผู้รู้กฎหมายได้จากหน่วยงานหลายแห่ง
ที่บริการให้คําปรึกษาด้านกฎหมาย ตัวอย่างเช่น สภาทนายความ หรือหากต้องการความสะดวกมากขึ้น
ในปัจจุบันก็มีเว็บไซต์หรือฮอตไลน์ที่ให้คําปรึกษาเกี่ยวกับคดีความต่างๆ ซึ่งบริการดังกล่าวนี้ก็มี
ความทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมาก
ดังจะเห็นได้จากคํากล่าวของเจ้าหน้าที่ตํารวจระดับผู้บริหารท่านหนึ่ง
ได้กล่าวไว้ว่า
“…ผมว่าเดี๋ยวนี้ประชาชนเข้าถึงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
มากขึ้นครับ อาจจะด้วยส่วนหนึ่งประชาชนมีการศึกษาที่สูงขึ้น รวมถึงปัจจุบันเรา
มีสื่อ ที่ทําให้ประชาชนรู้จักว่าถ้ามีปัญหาในเรื่องไหน เขาจะต้องเข้าหาองค์กร
อะไร ตัวอย่างเช่น ถ้ามีปัญหาเรื่องสิทธิเด็กสตรี ก็จะไปที่มูลนิธิปวีณาหรือถ้ามี
ปัญหาในข้อกฎหมายก็สามารถไปขอคําปรึกษาจากสภาทนายความได้ ซึ่งทั้งหมด
๑๑๔
รายงานฉบับสมบูรณ์

