Page 8 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 8
6
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒
พื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) เมื่อชุมชนเริ่มทนไม่ได้กับปัญหา
ที่ดำารงอยู่ และปัญหาใหม่ๆที่กำาลังจะทับถมเข้ามาอีกมาก หากโครงการพัฒนาพื้นที่
ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Southern Seaboard) โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำา
ถ่านหินชีวมวล หรือนิวเคลียร์ โรงกำาจัดขยะ หรือโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในรูปแบบต่างๆ
ที่กำาลังจะก้าวตามรอยโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ย่อมจะก่อให้
เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากจะกระทบต่อคุณภาพชีวิต วิถีชีวิตของชุมชน
ทรัพยากรและสภาวะแวดล้อมของชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โจทย์สำาคัญที่รัฐจะต้องพึง
พินิจพิจารณาให้ถี่ถ้วน คือ ชุมชน สังคม จะพัฒนาเคียงคู่ไปกับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม
ภาคการเกษตร และภาคบริการอย่างสมดุลได้อย่างไร เพื่อที่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
ในชุมชนและสังคมจะเป็นเป้าหมายที่สำาคัญ จริงอยู่เม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศมี
ความสำาคัญ ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ จีดีพี จีเอ็นพี อาจสำาคัญ แต่ก็ต้องให้ความ
ใส่ใจในผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว ดังเช่นที่ชาวระยองได้รับประสบการณ์
จากมาบตาพุดที่เป็นเสมือน “ฝันร้าย” มายาวนานกว่า ๒๕ ปี ชีวิตของคนเล็กคนน้อย
ยังไม่ได้รับการใส่ใจจากสาธารณะและผู้มีส่วนร่วมรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นกรณีโรค
ฝุ่นฝ้ายจากการทำางานในโรงทอผ้ากรุงเทพ กรณีสารพิษโคบอลท์ ๖๐ กรณีสารตะกั่ว
ในลำาน้ำาคลิตี้ ที่กาญจนบุรี กรณีสารแคดเมียมปนเปื้อนในนาข้าวที่อำาเภอแม่ตาว ก็ดี
ล้วนแล้วแต่เป็นโศกนาฏกรรมที่คนเล็กคนน้อยได้ประสบ จนต้องต่อสู้คดีความในชั้นศาล
เพื่อเรียกร้องหาความเป็นธรรม ซึ่งใช้เวลายาวนานนับสิบปี ปัญหาดังกล่าวจำานวนไม่น้อย
ยังคงเป็นปัญหาที่กำาลังรอการแก้ไขจากรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์และมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น พรรคการเมือง รัฐสภา หน่วยงานราชการ องค์กรอิสระ ภาค
ประชาสังคมล้วนแล้วแต่มีภารกิจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน บนหลักการ
สิทธิมนุษยชน
สิ่งที่น่ากังวล คือ การละเลยในภารกิจร่วมกัน และกติกาในการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่จะ
ยิ่งนำามาซึ่งความขัดแย้งทางสังคมการเมืองที่รุนแรงแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” โดยไม่ยี่หระ
ต่อการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น สังคมจะต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกันโดยไม่เบียดเบียนหรือทำาร้ายกัน
รัฐต้องสร้างหลักประกันให้เกิดการเคารพสิทธิมนุษยชน ปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของ
ประชาชนทุกคนโดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบาง ที่ด้อยโอกาสกว่า และดำาเนินการตามภารกิจให้
สิทธิมนุษยชนที่ได้การประกันไว้นั้นปรากฏเป็นจริง วัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนจึงจะเกิดขึ้น

