Page 41 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 41

‡ ’¬ß®“°ª√–™“™π                            °“√µàÕ Ÿâ‡æ◊ËÕ ‘∑∏‘„π∑’Ë¥‘π °√≥’√âÕ߇√’¬π ÚıÙı-Úıı
                                                       ç°“√®—¥°“√ «πªÉ“¢Õß√—∞·≈–‡Õ°™πé



                     จากการศึกษาขอรองเรียนและประมวลขอมูลที่นาสนใจของแตละกรณี โดยนำเสนอ
            ในรูปแบบตารางทั้ง ๘ กรณี ขางตนพบวา
                     ๑. พื้นที่ปาที่กรมปาไมมอบใหองคการอุตสาหกรรมปาไม (อ.อ.ป.) ดูแลและใช

            ประโยชนลวนเคยผานการอนุญาตใหมีการสัมปทานทำไมมากอนทั้งสิ้น
                     โดยใน ป พ.ศ.๒๕๓๓ อ.อ.ป. ไดรับโอนพื้นที่สวนปาที่ดำเนินการโดยบริษัททำไม

            อื่นๆ ที่รัฐยกเลิกสัมปทาน จนถึงปจจุบันสวนปาในความดูแลของ อ.อ.ป. มีเนื้อที่ทั้งหมด
            ๘๒๖,๒๗๘ ไร ซึ่งเปนพื้นที่ปลูกปาทดแทนฟนฟูระบบนิเวศตามเงื่อนไขการใหสัมปทาน
            (โครงการที่ ๒ – ๕) รอยละ ๗๕ หรือ  ๖๑๗,๐๔๔  ไร

                     ตอมา มติ ครม. วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๓๕ และวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๓๖ ให อ.อ.ป. รับ
            มอบพื้นที่สวนปาที่ปลูกโดยงบประมาณกรมปาไมมาดูแลรักษาและใชประโยชน และมติ ครม.

            เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๔๗ เห็นชอบให อ.อ.ป. รับผิดชอบภารกิจเกี่ยวกับไมเศรษฐกิจ
                     ๒. ทุกกรณีที่รองเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ (กสม.) ปรากฏ
            ชัดเจนวา ชุมชนเขาไปตั้งถิ่นฐานทำมาหากินทางการเกษตรในพื้นที่พิพาทกอนที่กรมปาไมจะ

            ประกาศเปนปาสงวนแหงชาติ และกอนที่กรมปาไมจะสงมอบพื้นที่ให อ.อ.ป. ดูแลใชประโยชน
            ในจำนวนกรณีพิพาท ๘ กรณีมีถึง ๓ กรณี คือ สวนปาหวยน้ำขาว สวนปาคอนสาร สวนปา

            หลังสวน ที่ชุมชนไดเขามาครอบครองทำประโยชนในบริเวณดังกลาว กอนที่จะมีการตรา
            พระราชบัญญัติปาไม พ.ศ.๒๔๘๔
                     ๓. ในกรณีสวนปาหวยน้ำขาว จังหวัดกระบี่ สวนปาหลังสวน จังหวัดชุมพร มีกรณี

            ขัดแยงที่ อ.อ.ป. ไถพื้นที่บางสวนที่เปนปาที่อุดมสมบูรณ ปาที่กำลังฟนตัว ซึ่งเปนปาตนน้ำลำธาร
            และปาชุมชน ประชาชนที่รวมกลุมคัดคานการดำเนินงานของ อ.อ.ป. ตางไดแสดงออกถึง

            เจตนารมณอันแนวแนในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เพื่อประโยชนของ
            ชุมชนและสังคมในวงกวาง โดยไมหวั่นเกรงตออิทธิพลใดๆ ทั้งเปนการแสดงออกอยางชัดเจน
            ถึงความแตกตางดานแนวคิดในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ นั่นคือ รัฐและ อ.อ.ป. มองเห็น

            ทรัพยากรธรรมชาติเปนสินคา เปนปจจัยการผลิต เพื่อแสวงหากำไรสูงสุด เพื่อการเจริญเติบโต
            ของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอยางไมมีที่สิ้นสุด ในขณะที่ชุมชนมิไดคำนึงถึงฐานทรัพยากร

            ธรรมชาติแตเพียงในฐานะปจจัยการผลิตเทานั้น แตใหคุณคาในเชิงระบบนิเวศที่สมดุล ยั่งยืน
            เพื่อใหชุมชนสามารถดำรงอยูไดในระยะยาว
                     ความแตกตางดังกลาวนาจะเกิดขึ้นเนื่องจากชุมชนเกษตรกรรมไมอาจโยกยายฐาน

            การผลิตของตนไดโดยงาย หากสภาพแวดลอมที่เหมาะสมตอการผลิตถูกทำลาย โดยเฉพาะใน
            สถานการณปจจุบันไมมีที่ดินรกรางวางเปลาใหอพยพไปจับจองอีกตอไป

                     ๔. ทุกกรณี (ยกเวนกรณีหวยน้ำขาวและสวนปาหลังสวน เฉพาะในพื้นที่ตำบลหาด
            ยาย) อ.อ.ป. ไดไถทำลายพืชผลทางการเกษตรและหรือยึดเอาพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน


         40
   36   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46