Page 36 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 36
(˜) °√≥’ «πªÉ“°–‡ªÕ√å
§”√âÕß∑’Ë ๔๑๔/๒๕๔๙
æ◊Èπ∑’ˇ°‘¥‡Àµÿæ‘æ“∑ สวนปากะเปอร (โครงการที่ ๔)
บานชีมี หมู ๘ ต.กะเปอร อ.กะเปอร จ.ระนอง
สรุปขอเสนอในการแกไขปญหา
สภาพปญหาและลักษณะความเดือดรอน ของชุมชนและบุคคล
ที่ถูก อ.อ.ป. ละเมิดสิทธิ
ชุมชนบานชีมีเปนชุมชนเกาแกบรรพบุรุษอพยพมาจาก ๑. ใหสวนปาฯ ยุติการไถทำลายพืช
อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และแถบ จ.พังงา ในชวงพมารบกับไทยที่เมือง ผลอาสินที่ประชาชนปลูกสรางไว
ถลาง ตอมาป พ.ศ.๒๔๙๘ ชาวบานแถบนี้เริ่มเขาทำกินในเขตปา และยุติการขับไลประชาชน ออก
ป พ.ศ.๒๕๐๖ บริษัทระนองทำไม จำกัดไดรับสัมปทาน จากที่ดินทำกินเดิม
ทำไม ๒. กรณีพื้นที่ทำกินที่สวนปาฯ ยึดไป
ป พ.ศ.๒๕๒๑ องคการอุตสาหกรรมปาไม (อ.อ.ป.) เขา จากประชาชน ใหคืนกลับใหเจาของ
มาปลูกปาทดแทนหลังสัมปทาน เดิมหรือทายาท
กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๘ (อ.อ.ป.) เริ่มทำการไถ ดันโคนลม
พืชผล เชน ขนุน สะตอ ไผตง ที่ชาวบานไดปลูกไว พรอมนำ
กำลังเจาหนาที่ปาไม มาขับไลชาวบานโดยอางวาตองการพื้นที่
ปลูกสรางสวนปา ปลูกยางพารา
กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๙ เจาหนาที่ชุดเดิมเขามาดำเนิน
การเชนเดิมอีก บอกวาตองการที่ดินเพิ่มอีก ๒๐๐ ไร เพื่อปลูก
ยางพารา ใครขัดขืนจะแจงความดำเนินคดีขอหาบุกรุกปา โดยสรุป
คือ กรมปาไม สงมอบพื้นที่ ให อ.อ.ป. โดยมิไดตรวจสอบขอเท็จจริง
วามีประชาชนทำมาหากินอยูในพื้นที่หรือไม จึงเกิดขอขัดแยงขึ้น
35

