Page 25 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 25

‡ ’¬ß®“°ª√–™“™π                            °“√µàÕ Ÿâ‡æ◊ËÕ ‘∑∏‘„π∑’Ë¥‘π °√≥’√âÕ߇√’¬π ÚıÙı-Úıı
                                                       ç°“√®—¥°“√ «πªÉ“¢Õß√—∞·≈–‡Õ°™πé



            การถือครองที่ดินอยางเปนธรรม ทั้งในแงการ      ๔) สิทธิชุมชน
            กระจายสิทธิและการรับรองสิทธิการถือครอง          “สิทธิชุมชน”  หมายถึง  “สิทธิรวม”

            ที่ดิน โดยตองใหเกษตรกรมีสวนรวมและมี เหนือทรัพยสินของชุมชน เชน สมาชิกของ
            อำนาจในการตัดสินใจทุกกระบวนการในการ ชุมชนซึ่งทำหนาที่ดูแลรักษาปาเทานั้นจึงจะมี

            ปฏิรูปที่ดิน  รวมทั้งการจัดการทรัพยากร  สิทธิใชและไดประโยชนจากปา โดยนัยนี้สิทธิ
            ธรรมชาติและสิ่งแวดลอมที่สัมพันธสงผล ชุมชนใหความสำคัญกับการใชประโยชนจาก

            กระทบและหรือจำเปนตอการดำรงชีวิต การ ทรัพยากรเพื่อสวนรวมมากกวาประโยชนสวน
            ทำการผลิตอยางสมดุลยั่งยืน (ไพโรจน พลเพชร,  ตน ดังนั้นแมวาโดยทฤษฎีแลวสมาชิกทุกคน

            ๒๕๕๐ หนา ๔๔)                              จะมีสิทธิตามธรรมชาติในการใชทรัพยากร
                  เกษตรกร  คือ  ผูลงแรงทำการผลิต  สวนรวม และชุมชนก็สามารถออกกฎเกณฑ

            สรางความมั่นคงทางอาหารใหกับสังคม ดังนั้น  โดยคำนึงถึง “ความเปนธรรมทางสังคม” เปน

            พวกเขาทั้งหลายจึงตองเปนผูมีอำนาจควบคุม สำคัญ แมวาสมาชิกทุกคนมีสิทธิในสังคมรวม
            ปจจัยการผลิต เชน ที่ดิน ตลอดจนถึงทรัพยากร กัน แต “สิทธิการใช” ยังถูกกำหนดดวยความ

            อื่นๆ ที่จำเปน การปลอยใหรัฐและทุนรวมกัน ยั่งยืนหรือ “ความเปนธรรมตอระบบนิเวศ” ซึ่ง
            ผูกขาดอำนาจในการจัดการปจจัยการผลิตจึง เปนหลักการสำคัญกำหนดใหสมาชิกใช

            เปนรากเหงาสำคัญในการทำลายสิทธิเสรีภาพ ประโยชนจากปาไดแตเฉพาะอาณาบริเวณ
            และศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของเกษตรกร       จำกัด (เสนห  จามริก, ยศ สันตสมบัติ (บก.),

                  การตอสูของเกษตรกรจึงมิไดหมาย ๒๕๓๖ หนา ๑๖๕ )
            เพียงผลประโยชนเพื่อปากทองของตนเอง             “สิทธิชุมชน” จะมุงเนนถึงพันธะหนาที่ที่

            เทานั้น แตมีนัยกวางขวางครอบคลุมถึงความ รับผิดชอบรวมกันภายในชุมชนเองและ
            มั่นคงทางอาหารของผูคนรวมสังคมดวย        ระหวางชุมชนที่เกี่ยวของ ในการดูแลรักษา

                  ๓) สิทธิในการพัฒนา                   ทรัพยากรธรรมชาติแวดลอม โดยนัยนี้ “สิทธิ
                  สิทธิในการพัฒนา หมายถึง สิทธิของ ชุมชน” จึงเปนเสมือนหนึ่งเครื่องมือหรือกลไก

            ประชาชนในการมีสวนรวมกำหนดและ ของความสมดุลตอกระแสอำนาจและผล
            แสวงหาทางเลือกในการพัฒนาเศรษฐกิจ  ประโยชน และจึงเทากับเปนหลักประกันการ

            สังคม วัฒนธรรม และการเมือง รวมทั้งสิทธิ จัดการทรัพยากรอยางยั่งยืนในที่สุด (เสนห

            ของประชาชนที่จะไดรับประโยชนจากการ จามริก, วิวัฒน คติธรรมนิตย (บก.) ๒๕๓๖
            พัฒนาเศรษฐกิจ  สังคม  วัฒนธรรม  และ             “สิทธิชุมชน”  ในที่นี้ไมใชระบบกรรม

            การเมือง (ไพโรจน พลเพชร, เพิ่งอาง หนา ๑๖)  สิทธิ์ตามที่เราเขาใจกันตามกฎหมายตะวันตก
                                                       แตเปนสิทธิในการใชประโยชน ซึ่งดำรงอยู



         24
   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30