Page 19 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 19
‡ ’¬ß®“°ª√–™“™π °“√µàÕ Ÿâ‡æ◊ËÕ ‘∑∏‘„π∑’Ë¥‘π °√≥’√âÕ߇√’¬π ÚıÙı-Úıı
ç°“√®—¥°“√ «πªÉ“¢Õß√—∞·≈–‡Õ°™πé
ปลูกไมชนิดเดียว หรือหลายชนิดรวมกันก็ได ที่ดินมิไดเปนเพียงวัตถุธรรมชาติ แต
เพื่อใชไมทำเครื่องเรือน เยื่อกระดาษ หรือ ถูกใชในฐานะปจจัยการผลิตที่สำคัญยิ่ง ทั้ง
อนุรักษพรรณไมที่ใกลจะสูญพันธุ เปนตน เชน เปนมูลเหตุแหงความขัดแยงและตอสูระหวาง
สวนปาสัก สวนปาไมยาง (Forest garden)” ประชาชน (ชาวนา ชาวไร) ฝายหนึ่ง กับอีก
๒. ตามพระราชบัญญัติสวนปา พ.ศ. ฝายหนึ่งคือรัฐและนายทุน เปนการตอสูที่มีมา
๒๕๓๕ มาตรา ๓ “สวนปา” หมายความวา ยาวนานในประวัติศาสตรเศรษฐกิจการเมือง
ที่ดินที่ไดขึ้นทะเบียนตามมาตรา ๕ เพื่อ ของมวลมนุษย เนื่องจากกรณีปญหาที่จะ
ทำการปลูกและบำรุงรักษาตนไมที่เปนไม กลาวถึงในลำดับตอไปเปนขอพิพาทระหวาง
หวงหามตามกฎหมายวาดวยปาไม “ตนไม” ประชาชนที่มีอาชีพดานเกษตรกรรมกับองคการ
หมายความวา ตนไมที่ขึ้นอยูแลวหรือปลูกขึ้น อุตสาหกรรมปาไม (อ.อ.ป.) และบริษัทเอกชน
เพื่อใชประโยชนจากเนื้อไม และหมายความ ปลูกสรางสวนปา เปนขอพิพาทวาดวยเรื่อง
รวมถึงตนไมที่ขึ้นอยูแลว หรือปลูกขึ้นเพื่อ ที่ดินที่จะใชเพื่อทำการเกษตร และเปนปา
ประโยชนอยางอื่นแตอาจใชประโยชนจากเนื้อไม ตนน้ำลำธาร ปาชุมชน เมื่อกลาวถึงที่ดิน ก็
ไดดวย ตองดูตอไปวามีใครบางเกี่ยวของกับเรื่องนี้
๓. “สวนปา” ตามระเบียบกรมปาไมวา เชน เกษตรกร รัฐบาล นักการเมือง นายทุน
ดวยการอนุญาตใหทำการปลูกสรางสวนปา หนวยงานรัฐบาล เชน องคการอุตสาหกรรม
หรือปลูกตนไมยืนตนภายในเขตปาสงวนแหง ปาไม กรมปาไม และสืบสาวตอไปวา ตัวละคร
ชาติ พ.ศ.๒๕๔๘ ขอ ๔.๒ ระบุวา “สวนปา” เหลานี้ มีสวนเกี่ยวของสัมพันธกันอยางไร
หมายความวา พื้นที่ที่ไดทำการปลูกและบำรุง
รักษาพันธุไมที่มุงหวังการใชประโยชนจาก Ú.Ò ·π«∑“ß°“√«‘‡§√“–À击√…∞-
เนื้อไมเปนหลัก »“ µ√å°“√‡¡◊Õß (Political economy)
อางจากปรีชา เปยมพงศสานต : เศรษฐศาสตร
Ú. ·π«∑“ß°“√«‘‡§√“–Àå¢âÕ¡Ÿ≈ การเมือง : ๒๕๒๙ หนา ๑-๓๐
รายงานนี้ตั้งอยูบนแนวความคิดพื้นฐาน เศรษฐศาสตรการเมืองมีจุดมุงหมาย
ที่วา แรงงานเปนผูสรางโลกสรางประวัติศาสตร วิเคราะหความสัมพันธระหวางคนกับคนใน
การใชแรงงานทำการผลิตไมวาในโรงงานหรือ กระบวนการผลิต หรือความสัมพันธทางสังคม
ทุงนา ลวนกอใหเกิดมูลคาทางเศรษฐกิจซึ่ง ที่เกี่ยวของกับกระบวนการผลิตโดยตรงซึ่ง
เปนปจจัยที่จำเปนตอการดำรงชีวิตของผูคน เรียกสั้นๆ วา ความสัมพันธทางการผลิต
ในสังคม นี่คือรากฐานสำคัญที่หลอเลี้ยงสังคม (Relation of production) ซึ่งความสัมพันธ
และเสนทางวิวัฒนาการของมวลมนุษย ทางการผลิตไมไดอยูอยางโดดเดี่ยว หากมี
18

