Page 146 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 146
144 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
4
ขอสังเกต
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ไดเคยมีรายงานผลการพิจารณาคํารองที่ขอใหเสนอแนะ
นโยบายหรือขอเสนอในการปรับปรุงกฎหมายที่ 416/2555 เรื่องสิทธิและเสรีภาพสวนบุคคลและ
สิทธิเด็ก กรณีเห็นวาการกําหนดแบบทรงผมของนักเรียนกระทบตอสิทธิมนุษยชน และไมชอบดวย
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย โดยเห็นวา การกําหนดแบบทรงผมของนักเรียนที่กําหนดไวในกฎกระทรวง
ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2515) แกไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2518) ซึ่งยังมีผลบังคับใชตาม
บทเฉพาะกาล มาตรา 88 แหงพระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ. 2546 แมวาไมเปนการละเมิด
สิทธิมนุษยชน แตกระทรวงศึกษาธิการมิไดกําหนดแนวทางการปฏิบัติใหเกิดความชัดเจนและเปนไปใน
ทิศทางเดียวกัน จึงมีมติใหมีขอเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอตอคณะรัฐมนตรี โดยใหกระทรวงศึกษาธิการ
ปรับปรุงและแกไขกฎกระทรวงที่ใชบังคับอยูใหสอดคลองกับมิติดานสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
และพันธกรณีระหวางประเทศที่ใหการคุมครองและรับรองไว
สําหรับรางระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ วาดวยการไวทรงผมของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. ….
ซึ่งไดผานการรับฟงความคิดเห็นจากผูเกี่ยวของดังที่ไดกลาวมาแลวขางตนนั้น ตอมาไดออกเปนระเบียบ
กระทรวงศึกษาธิการ วาดวยการไวทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ
วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 และมีผลใชบังคับตั้งแตวันที่ 2 พฤษภาคม 2563 ที่ผานมา ซึ่งเมื่อพิจารณา
จากขอ 7 ของระเบียบดังกลาวแลว จะเห็นไดวามีความสอดคลองกับแนวทางที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แหงชาติไดเคยมีขอเสนอแนะไปยังกระทรวงศึกษาธิการเมื่อป พ.ศ. 2555 โดยขอ 7 ของระเบียบฯ
ไดกําหนดใหสถานศึกษาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาวางระเบียบเกี่ยวกับการไวทรง
ผมของนักเรียนที่มีความเฉพาะเจาะจงไดเทาที่ไมขัดหรือแยงกับระเบียบนี้ โดยใหยึดถือ
หลักความเหมาะสมในการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีของนักเรียนและการมีสวนรวมของนักเรียน
สถานศึกษา ผูปกครอง และชุมชนทองถิ่น ดังนั้น จึงเห็นวาระเบียบฯ นี้ มีความสอดคลองกับหลัก
สิทธิมนุษยชนภายใตหลักการมีสวนรวมโดยยึดถือประโยชนสูงสุดของเด็กนักเรียน ทั้งนี้
โรงเรียนสามารถที่จะออกระเบียบที่มีความเหมาะสม ยืดหยุนและสอดคลองกับยุคสมัยภายใตกรอบที่
กระทรวงศึกษาธิการกําหนดได

