Page 18 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับสมบูรณ์ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 18

6



                       ต่อชุมชนเป็นผู้มีสิทธิที่จะเข้าไปจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญา ขนบธรรมเนียม
                       จารีตประเพณีซึ่งมีความจ้าเป็นต่อการด้ารงชีวิต หรือกล่าวได้ว่า ชุมชนมีสิทธิเหนือ

                       ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและจารีตประเพณีนั้น

                              ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2563) ที่ประเทศไทยอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
                       พุทธศักราช 2560 พบว่า รัฐธรรมนูญฯ ฉบับดังกล่าวยังมีการรับรองสิทธิชุมชนซึ่งมีอยู่ในรัฐธรรมนูญ

                       ฯ ฉบับ พุทธศักราช 2550 ไว้เช่นเดิม และได้ขยายสิทธิของบุคคลและชุมชนเพิ่ม รวมถึงได้บัญญัติให้

                       หน่วยงานรัฐมีหน้าที่ที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิชุมชนอีกด้วย กล่าวคือ ได้ก้าหนดสิทธิและเสรีภาพของปวง
                       ชนชาวไทยตาม หมวด 3 โดยมาตราที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรา 41  42  และ 43 โดยเฉพาะมาตรา 43

                       บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ ประกอบด้วย 4 วรรค ดังนี้

                              1) อนุรักษ์ ฟื้นฟู หรือส่งเสริมภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณี
                       อันดีงามทั้งของท้องถิ่นและของชาติ

                              2) จัดการ บ้ารุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความ

                       หลากหลาย ทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ
                              3) เข้าชื่อกันเพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐให้ด้าเนินการใดอันจะเป็นประโยชน์ต่อ

                       ประชาชน หรือชุมชน หรืองดเว้นการด้าเนินการใดอันจะกระทบต่อความเป็นอยู่อย่างสงบสุขของ

                       ประชาชนหรือชุมชน และได้รับแจ้งผลการพิจารณาโดยรวดเร็ว ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐต้องพิจารณา
                       ข้อเสนอแนะนั้นโดยให้ ประชาชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วยตามวิธีการที่กฎหมาย

                       บัญญัติ และ

                              4) จัดให้มีระบบสวัสดิการของชุมชน
                              อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฯ ฉบับ พุทธศักราช 2560 ยังขาดความชัดเจนในการบัญญัติการ

                       รับรองสิทธิชุมชน เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ (ชาติชาย วิริยะเจริญกิจ และ

                       สุรัสวดี แสนสุข, 2560) เช่นเดียวกับที่ อรทัย อินต๊ะไชยวงค์ และบรรเจิด สิงห์คะเนติ (2562) กล่าวว่า
                       แม้สิทธิชุมชนจะมีการรับรองในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดอย่างต่อเนื่องแต่ในทางปฏิบัติและ

                       ข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นพบว่า สิทธิชุมชนยังไม่สามารถยอมรับหรือตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                       อย่างเพียงพอและปัญหาการละเมิดสิทธิชุมชนที่ยังเกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง จึงท้าให้สิทธิ
                       ชุมชนจัดการและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญไม่ได้

                       รับรองคุ้มครอง กล่าวคือยังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติได้อย่างแท้จริง จึงท้าให้เกิดปัญหาการบังคับใช้และ

                       การตีความรับรองคุ้มครองสถานะของชุมชนและสถานะสิทธิชุมชน ในทางกฎหมาย ขอบเขตแห่งสิทธิ
                       ชุมชน การใช้สิทธิ การเข้าถึงสิทธิชุมชน การจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ

                       สิ่งแวดล้อมที่ไม่ชัดเจน และปัญหาความขัดแย้งแนวคิดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23