Page 355 - กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
P. 355
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มำตรำ ๖๓/๑๕ รำชกำรส่วนท้องถิ่นนั้น จะต้องก ำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น เพื่อให้กำรบังคับตำมค ำสั่งทำงปกครอง
แห่งพระรำชบัญญัติวิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติ ที่ก ำหนดให้ช ำระเงินของส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ส ำนักงำนศำลยุติธรรม ส ำนักงำน
วิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ก ำหนดให้หน่วยงำนของรัฐสำมำรถยื่นค ำขอ ผู้ตรวจกำรแผ่นดิน ส ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด ส ำนักงำน
ฝ่ำยเดียวต่อศำลเพื่อให้ศำลออกหมำยบังคับคดีตั้งเจ้ำพนักงำนบังคับคดีเพื่อบังคับให้เป็นไปตำมค ำสั่ง บริหำรและพัฒนำองค์ควำมรู้ (องค์กำรมหำชน) กองทุนพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์
ทำงปกครองที่ก ำหนดให้ช ำระเงินได้ และกำรที่จะน ำหลักกำรนี้ไปใช้บังคับแก่หน่วยงำนอื่นของรัฐที่มิใช่ ศูนย์มำนุษยวิทยำสิรินธร (องค์กำรมหำชน) หอภำพยนตร์ (องค์กำรมหำชน) ศูนย์คุณธรรม (องค์กำร
กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออย่ำงอื่นและมีฐำนะเป็นกรม รำชกำรส่วนภูมิภำคและ มหำชน) ส ำนักงำนเลขำธิกำรวุฒิสภำ สถำบันวิจัยและพัฒนำพื้นที่สูง (องค์กำรมหำชน) ส ำนักงำน
รำชกำรส่วนท้องถิ่นนั้น จะต้องก ำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น เพื่อให้กำรบังคับตำมค ำสั่งทำงปกครอง ส่งเสริมวิสำหกิจขนำดกลำงและขนำดย่อม และส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรแข่งขันทำงกำรค้ำ
ที่ก ำหนดให้ช ำระเงินของส ำนักงำนคณะกรรมกำรกิจกำรกระจำยเสียง กิจกำรโทรทัศน์ และกิจกำร มีประสิทธิภำพยิ่งขึ้น สมควรก ำหนดให้หน่วยงำนดังกล่ำวเป็นหน่วยงำนของรัฐที่สำมำรถขอให้
โทรคมนำคมแห่งชำติ มีประสิทธิภำพยิ่งขึ้น สมควรก ำหนดให้ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกิจกำรกระจำยเสียง เจ้ำพนักงำนบังคับคดีด ำเนินกำรบังคับทำงปกครองได้ จึงจ ำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กิจกำรโทรทัศน์ และกิจกำรโทรคมนำคมแห่งชำติ เป็นหน่วยงำนของรัฐที่สำมำรถขอให้เจ้ำพนักงำน
บังคับคดีด ำเนินกำรบังคับทำงปกครองได้ และโดยที่ปัจจุบันได้มีกำรก ำหนดให้ส ำนักงำนกำรตรวจเงิน
แผ่นดินเป็นหน่วยงำนของรัฐตำมมำตรำ ๖๓/๑๕ ด้วยแล้ว สมควรปรับปรุงโดยน ำมำรวมอยู่ในกฎกระทรวง
ฉบับเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในกำรตรวจสอบและอ้ำงอิงของเจ้ำหน้ำที่และประชำชนทั่วไป จึงจ ำเป็นต้อง
ออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงก ำหนดหน่วยงำนของรัฐที่สำมำรถขอให้เจ้ำพนักงำนบังคับคดีด ำเนินกำรบังคับทำงปกครอง
๑๗
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มำตรำ ๖๓/๑๕
แห่งพระรำชบัญญัติวิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติ
วิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ก ำหนดให้หน่วยงำนของรัฐสำมำรถยื่นค ำขอ
ฝ่ำยเดียวต่อศำลเพื่อให้ศำลออกหมำยบังคับคดีตั้งเจ้ำพนักงำนบังคับคดีเพื่อบังคับให้เป็นไปตำมค ำสั่ง
ทำงปกครองที่ก ำหนดให้ช ำระเงินได้ และกำรที่จะน ำหลักกำรนี้ไปใช้บังคับแก่หน่วยงำนอื่นของรัฐที่มิใช่
กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออย่ำงอื่นและมีฐำนะเป็นกรม รำชกำรส่วนภูมิภำคและ
รำชกำรส่วนท้องถิ่นนั้น จะต้องก ำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น เพื่อให้กำรบังคับตำมค ำสั่งทำงปกครอง
ที่ก ำหนดให้ช ำระเงินของส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรเลือกตั้งมีประสิทธิภำพยิ่งขึ้น สมควรก ำหนดให้
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรเลือกตั้งเป็นหน่วยงำนของรัฐที่สำมำรถขอให้เจ้ำพนักงำนบังคับคดีด ำเนินกำร
บังคับทำงปกครองได้ จึงจ ำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงก ำหนดหน่วยงำนของรัฐที่สำมำรถขอให้เจ้ำพนักงำนบังคับคดีด ำเนินกำรบังคับทำงปกครอง
๑๘
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๔
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มำตรำ ๖๓/๑๕
แห่งพระรำชบัญญัติวิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติ
วิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ก ำหนดให้หน่วยงำนของรัฐสำมำรถยื่นค ำขอ
ฝ่ำยเดียวต่อศำลเพื่อให้ศำลออกหมำยบังคับคดีตั้งเจ้ำพนักงำนบังคับคดีเพื่อบังคับให้เป็นไปตำมค ำสั่ง
ทำงปกครองที่ก ำหนดให้ช ำระเงินได้และกำรที่จะน ำหลักกำรนี้ไปใช้บังคับแก่หน่วยงำนอื่นของรัฐที่มิใช่
กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออย่ำงอื่นและมีฐำนะเป็นกรม รำชกำรส่วนภูมิภำคและ
๑๗ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๗/ตอนที่ ๙๑ ก/หน้ำ ๑/๓ พฤศจิกำยน ๒๕๖๓
๑๘ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๘/ตอนที่ ๒๕ ก/หน้ำ ๓/๗ เมษำยน ๒๕๖๔
346

