Page 352 - กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
P. 352

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชกฤษฎีกำฉบับนี้ คือ เนื่องจำกกฎหมำยว่ำด้วยควำมรับผิด
                ทำงละเมิดของเจ้ำหน้ำที่ได้ก ำหนดหลักกฎหมำยเรื่องควำมรับผิดทำงละเมิดไว้แตกต่ำงจำกหลักในประมวล

                กฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภำพในกำรปฏิบัติหน้ำที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมและเกิดควำม
                เป็นธรรมแก่เจ้ำหน้ำที่ และกำรจะน ำหลักกำรนี้ไปใช้บังคับกับหน่วยงำนใดที่มิใช่รำชกำรส่วนกลำง รำชกำร
                ส่วนภูมิภำค รำชกำรส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสำหกิจที่จัดตั้งโดยระรำชบัญญัติหรือพระรำชกฤษฎีกำนั้น จะต้อง
                ก ำหนดในพระรำชกฤษฎีกำอีกชั้นหนึ่ง สมควรก ำหนดหน่วยงำนของรัฐบำงแห่งเป็นหน่วยงำนของรัฐตำมกฎหมำย

                ว่ำด้วยควำมรับผิดทำงละเมิดของเจ้ำหน้ำที่ เพื่อให้เจ้ำหน้ำที่ของรัฐอยู่ในระบบควำมรับผิดอันเดียวกัน จึงจ ำเป็น
                ต้องตรำพระรำชกฤษฎีกำนี้


                พระรำชกฤษฎีกำก ำหนดหน่วยงำนของรัฐตำมพระรำชบัญญัติควำมรับผิดทำงละเมิดของเจ้ำหน้ำที่
                                                  ๓
                พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒๙) พ.ศ. ๒๕๖๒
                       มำตรำ ๒ พระรำชกฤษฎีกำนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำเป็นต้นไป

                       หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชกฤษฎีกำฉบับนี้ คือ โดยที่กองทุนพัฒนำสื่อปลอดภัย
                และสร้ำงสรรค์ ส ำนักงำนกำรตรวจเงินแผ่นดิน ส ำนักงำนคณะกรรมกำรสุขภำพแห่งชำติ และส ำนักงำน

                คณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ มิได้มีฐำนะเป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนรำชกำรที่เรียกชื่อ
                อย่ำงอื่นและมีฐำนะเป็นกรม รำชกำรส่วนภูมิภำค รำชกำรส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสำหกิจที่ตั้งขึ้นโดย

                พระรำชบัญญัติหรือพระรำชกฤษฎีกำ หำกแต่ได้รับกำรจัดตั้งให้มีฐำนะเป็นหน่วยงำนของรัฐประเภท
                หนึ่งตำมพระรำชบัญญัติกองทุนพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์ พ.ศ. ๒๕๕๘ และพระรำชบัญญัติ
                สุขภำพแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และเป็นส่วนรำชกำรที่เป็นหน่วยงำนอิสระตำมรัฐธรรมนูญและมีฐำนะ

                เป็นนิติบุคคล ตำมที่บัญญัติไว้ในพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วยกำรตรวจเงินแผ่นดิน
                พ.ศ. ๒๕๖๑ และพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วยคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ

                พ.ศ. ๒๕๖๐ ตำมล ำดับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีกำรก ำหนดให้เป็นหน่วยงำนของรัฐตำมพระรำชบัญญัติควำมรับผิด
                ทำงละเมิดของเจ้ำหน้ำที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ และโดยที่พระรำชบัญญัติควำมรับผิดทำงละเมิดของเจ้ำหน้ำที่
                พ.ศ. ๒๕๓๙ บัญญัติให้กำรก ำหนดให้หน่วยงำนอื่นของรัฐเป็นหน่วยงำนของรัฐตำมกฎหมำยดังกล่ำว

                ต้องตรำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ ดังนั้น เพื่อให้เจ้ำหน้ำที่ของกองทุนพัฒนำสื่อปลอดภัยและสร้ำงสรรค์
                เจ้ำหน้ำที่ของส ำนักงำนกำรตรวจเงินแผ่นดิน เจ้ำหน้ำที่ของส ำนักงำนคณะกรรมกำรสุขภำพแห่งชำติ

                และเจ้ำหน้ำที่ของส ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติซึ่งปฏิบัติหน้ำที่โดยสุจริตได้รับ
                ควำมคุ้มครองตำมพระรำชบัญญัติควำมรับผิดทำงละเมิดของเจ้ำหน้ำที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ จึงจ ำเป็นต้องตรำ
                พระรำชกฤษฎีกำนี้

















                       ๓  รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๑๑๕ ก/หน้ำ ๑๗/๑ พฤศจิกำยน ๒๕๖๒


                                                                                                343
   347   348   349   350   351   352   353   354   355   356   357