Page 159 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
P. 159
158
ที่ส�านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจ�าเป็นต้อง ที่ไม่สามารถด�าเนินการได้ตามแผนที่ก�าหนด เช่น การสร้าง
ให้ความส�าคัญในการพัฒนา อาทิ การจัดท�าระบบการปฏิบัติงาน ความร่วมมือกับพันธมิตรในเวทีระหว่างประเทศ และ
เพื่อเป็นการยกระดับและมาตรฐาน โดยเฉพาะในการจัดท�า การขับเคลื่อนผลจากการเข้าร่วมประชุมตามกรอบความร่วมมือ
ข้อเสนอแนะมาตรการ หรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครอง อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการประชุมได้ถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มี
สิทธิมนุษยชนการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือค�าสั่ง ก�าหนด แต่อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดท�าคู่มือการด�าเนินงาน
ใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน การบริหาร ของกรอบความร่วมมือหลักเพื่อเป็นการพัฒนากระบวน
และพัฒนาสมรรถนะบุคลากรเพื่อให้สามารถปฏิบัติได้อย่างมี การท�างานในเชิงคุณภาพ นอกจากการประเมินในมิติของ
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีการศึกษา วิจัยในประเด็นปัญหา ผลส�าเร็จในการด�าเนินงานตามแผนปฏิบัติงานแล้ว ยังได้
ที่ส�าคัญ ๆ และน�าเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว มีการประเมินในมิติที่เป็นปัจจัยสนับสนุนการด�าเนินงาน
ในเชิงวิชาการ รวมถึงการพัฒนารูปแบบและวิธีการด�าเนินงาน ตามภารกิจด้วยเช่นกัน ซึ่งแม้การด�าเนินงานตามหน้าที่และ
ที่มีการน�าระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการปฏิบัติงาน อ�านาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเป็น
มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะที่มีความส�าคัญและถือเป็น การท�างานในเชิงทางสังคม แต่ต้องค�านึงถึงและปฏิบัติ
เป้าหมายที่ท้าทายของส�านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ
แห่งชาติในการที่จะต้องขับเคลื่อนการด�าเนินงานให้เกิด กฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นกรอบในการด�าเนินงาน จึงได้ก�าหนด
ผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริงต่อไป ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการในเรื่องการจัดท�าระเบียบ
ประกาศ หรือแนวปฏิบัติ เพื่อรองรับการด�าเนินงานตามหน้าที่
2. มิติภายใน การประเมินประกอบด้วย 2 ประเด็น ดังนี้ และอ�านาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ
ส�านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นการ
2.1 การประเมินประสิทธิภาพ คือ ความสามารถ ประเมินผลการปฏิบัติราชการในเชิงคุณภาพของกระบวนการ
ในการปฏิบัติงานให้เกิดผลส�าเร็จตามวัตถุประสงค์ โดยค�านึงถึง ที่ได้ก�าหนดให้มีการศึกษา วิเคราะห์ เปรียบเทียบเนื้อหาของ
วิธีการ (means) และความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากร (resources) ระเบียบ ประกาศ ในเรื่องที่เทียบเคียงได้กับที่ใช้อยู่ของหน่วยงาน
ในการด�าเนินงานซึ่งในการประเมินผลการปฏิบัติราชการ ของรัฐอื่น โดยอาจมีการศึกษาตัวอย่างจากต่างประเทศ เพื่อเป็น
ได้ก�าหนดให้มีการประเมินในเชิงปริมาณ โดยพิจารณาจาก ข้อมูลประกอบการทบทวนระเบียบ ประกาศ ค�าสั่งของ
จ�านวนโครงการ/กิจกรรมที่ด�าเนินแล้วเสร็จและบรรลุผลส�าเร็จ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่มีผลบังคับใช้อยู่ใน
ตามเป้าหมายที่ก�าหนดไว้ เทียบกับโครงการ/กิจกรรมตาม ปัจจุบัน หรือจ�าเป็นต้องบัญญัติใหม่ แล้วน�ามาจัดล�าดับ
แผนปฏิบัติการประจ�าปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของส�านักงาน ความส�าคัญในการด�าเนินการซึ่งได้ก�าหนดให้มีการเผยแพร่
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก�าหนดค่าเป้าหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือแนวปฏิบัติที่ได้ปรับปรุง หรือจัดท�าขึ้น
ระดับที่ 5 ร้อยละ 90 ผลการด�าเนินงานคิดเป็นร้อยละ 80.39 และได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลใช้บังคับ
ทั้งนี้ ปัจจัยประการหนึ่งที่ท�าให้การด�าเนินงานในบางโครงการ/ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลการด�าเนินงานเป็นไปตามเกณฑ์
กิจกรรมไม่บรรลุผลส�าเร็จตามเป้าหมายที่ก�าหนด เป็นผล การประเมินในค่าเป้าหมายระดับที่ 5 โดยมีประกาศที่เป็น
เนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส แนวปฏิบัติร่วมกันขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ส�านักงาน
โคโรนา 2019 (โควิด–19) ซึ่งภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและส�านักงาน หลักในการด�าเนินการภายใต้การประสานความร่วมมือ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ปรับรูปแบบ วิธีการ ระหว่างองค์กร คือ ประกาศองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ปฏิบัติงานตามภารกิจของเจ้าหน้าที่ โดยค�านึงถึงประโยชน์ เรื่อง แนวปฏิบัติในการรับส่งเรื่องระหว่างองค์กรอิสระตาม
ของผู้รับบริการ และประชาชน ภายใต้มาตรการสาธารณสุข รัฐธรรมนูญ หรือแนวปฏิบัติที่ได้ด�าเนินการแล้วเสร็จ ซึ่งถือเป็น
เพื่อสุขอนามัยและความรับผิดชอบต่อส่วนรวมในการป้องกัน ประกาศที่มีความส�าคัญที่จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพ
และควบคุมการแพร่ระบาด และยังคงมีบางโครงการ/กิจกรรม ในการให้บริการประชาชนตามหน้าที่ และอ�านาจของแต่ละ
องค์กร

