Page 139 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
P. 139
138
3.7.1 ความร่วมมือกับสถาบันสิทธิมนุษยชนต่างประเทศ 2) กรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชน
ประกอบด้วยกรอบความร่วมมือ 3 กรอบ คือ แห่งชาติในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia Pacific Forum of
1) กรอบความร่วมมือเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก National Human Rights Institutions: APF)
ว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (Global Alliance of กรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชน
National Human Rights Institutions: GANHRI) แห่งชาติในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia Pacific Forum of
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประสานความร่วม National Human Rights Institutions: APF) ได้ก่อตั้งขึ้น
มือด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศภายใต้กรอบความร่วม เมื่อปี 2539 เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือในระดับภูมิภาค
มือเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชน ภายใต้กรอบความร่วมมือในระดับโลกของ GANHRI ปัจจุบัน
แห่งชาติ (Global Alliance of National Human Rights มีสมาชิกประกอบด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาค
Institutions: GANHRI) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2536 โดยเป็นการ เอเชีย-แปซิฟิก จ�านวน 25 ประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การ
รวมตัวกันของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั่วโลกมี สนับสนุนการท�างานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองของสมาชิก
วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบัน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความร่วมมือระหว่าง
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้เป็นไปตามหลักการปารีสและการเป็น สมาชิกในการพัฒนาศักยภาพและร่วมกันรับมือต่อประเด็น
ผู้น�าด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ท�าหน้าที่ให้การ ท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ส�านักงาน
สนับสนุนและอ�านวยความสะดวกแก่สถาบันสิทธิมนุษยชน เลขานุการของ APF ตั้งอยู่ที่นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย
แห่งชาติในการประสานงานกับคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มีกิจกรรมการประสาน
แห่งสหประชาชาติ และกลไกภายใต้สนธิสัญญาด้าน ความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ส�าคัญ ดังนี้
สิทธิมนุษยชน
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน 2.1) การประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการประเมิน
แห่งชาติได้ตระหนักถึงความส�าคัญของบทบาทสถาบัน สถานะของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปี 2563 (2020
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติในเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ National Human Rights Institutions Accreditation
จึงได้เร่งปรับปรุงและพัฒนาการด�าเนินงานเพื่อขอทบทวนสถานะ Workshop) ระหว่างวันที่ 20-22 มกราคม 2563 ณ กรุงโดฮา
ในกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถูกปรับลด รัฐกาตาร์ เพื่อท�าความเข้าใจถึงหลักเกณฑ์ส�าหรับใช้ใน
สถานะจาก “A” เป็น “B” ตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 และส่งเรื่อง การประเมินสถานะโดยคณะอนุกรรมการประเมินสถานะ
เพื่อขอรับการพิจารณาประเมินสถานะไปยังฝ่ายเลขานุการ (Sub-Committee on Accreditation: SCA) เช่น ความเป็น
ของคณะอนุกรรมการประเมินสถานะ (Sub-Committee on อิสระและความคุ้มกันในการปฏิบัติหน้าที่ โครงสร้างองค์กร
Accreditation: SCA) เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 โดยได้รับ การด�าเนินการของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติภายใต้อ�านาจ
แจ้งว่า SCA ก�าหนดการพิจารณาประเมินสถานะของ หน้าที่ของกฎหมายจัดตั้ง บทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในรอบการประชุมของ แห่งชาติในการให้ค�าปรึกษาแก่รัฐบาลในการเข้าเป็นภาคี
SCA ในวันที่ 19 มีนาคม 2563 ดังนั้น ประธานกรรมการ ตราสารด้านสิทธิมนุษยชน การให้ค�าปรึกษาแนะน�าแก่รัฐบาล
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงได้เข้าพบผู้แทนรัฐมนตรีว่าการ เพื่อให้รัฐบาลได้บรรลุผลตามข้อเสนอแนะของรายงานทบทวน
กระทรวงการต่างประเทศ ผู้บริหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศ (UPR) และรายงานคณะ
ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานงานและหารือการเตรียมการในประเด็น กรรมการประจ�าอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นภาคี เป็นต้น
การขอทบทวนสถานะดังกล่าว อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม โดยการประชุมครั้งนี้ มีสมาชิกสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
2563 ฝ่ายเลขานุการของ SCA แจ้งว่า การประชุมเพื่อพิจารณา จากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เข้าร่วมประชุม
ประเมินสถานะในห้วงเดือนมีนาคม 2563 มีความจ�าเป็นที่จะ จ�านวน 10 ประเทศ ได้แก่ กาตาร์ มองโกเลีย เกาหลี ซามัวร์
ต้องเลื่อนออกไปก่อนอย่างไม่มีก�าหนด เนื่องจากสถานการณ์ นิวซีแลนด์ มาเลเซีย อิรัก อุซเบกิสถาน คูเวต และปาเลสไตน์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

