Page 21 - พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560
P. 21
มาตรา ๑๕ ผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการ
โดยที่ยังมิได้พ้นจากตำาแหน่งตามมาตรา ๑๐ (๒๐) (๒๑) หรือ (๒๒) หรือ
ยังประกอบวิชาชีพตามมาตรา ๑๐ (๒๓) อยู่ ต้องแสดงหลักฐานว่าได้ลาออก
หรือเลิกประกอบวิชาชีพดังกล่าวแล้ว ต่อประธานวุฒิสภาภายในเวลา
ที่ประธานวุฒิสภากำาหนด ซึ่งต้องเป็นเวลาก่อนที่ประธานวุฒิสภาจะนำา
ความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งกรรมการ ในกรณีที่ไม่ได้แสดงหลักฐาน
ภายในกำาหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ และให้ดำาเนินการสรรหาใหม่
มาตรา ๑๖ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้าม
ของผู้สมัครหรือผู้ได้รับการสรรหา ให้เป็นหน้าที่และอำานาจของคณะกรรมการ
สรรหาเป็นผู้วินิจฉัย คำาวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด
การเสนอเรื่องเพื่อให้คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการสรรหากำาหนด
การวินิจฉัย ให้ใช้วิธีลงคะแนนโดยเปิดเผย
ให้นำาความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับแก่กรณี
ที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการสรรหาด้วย
โดยอนุโลม แต่กรรมการสรรหาที่ถูกกล่าวหาว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ
ต้องห้ามจะอยู่ในที่ประชุมในขณะพิจารณาและวินิจฉัยมิได้
มาตรา ๑๗ ให้ประธานกรรมการสรรหาและกรรมการสรรหา
ได้รับเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนอื่นตามที่ประธานวุฒิสภากำาหนด แต่สำาหรับ
๑๖

