Page 166 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 166
136 | P a g e
(2) เสนอเรื่องพรอมดวยความเห็นตอศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่เห็นชอบตามที่มีผูรองเรียนวา
บทบัญญัติแหงกฎหมายใดกระทบตอสิทธิมนุษยชนและมีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
(3) เสนอเรื่องพรอมดวยความเห็นตอศาลปกครอง ในกรณีที่เห็นชอบตามที่มีผูรองเรียนวากฎ คําสั่ง
หรือการกระทําอื่นใดในทางปกครองกระทบตอสิทธิมนุษยชนและมีปญหาที่เกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ
หรือกฎหมาย ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
(4) ฟองคดีตอศาลยุติธรรมแทนผูเสียหาย เมื่อไดรับการรองขอจากผูเสียหายและเปนกรณีที่
เห็นสมควรเพื่อแกไขปญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเปนสวนรวม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
(5) เสนอแนะนโยบายและขอเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎ ตอรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรี
เพื่อสงเสริมและคุมครองสิทธิมนุษยชน
(6) สงเสริมการศึกษา การวิจัย และการเผยแพรความรูดานสิทธิมนุษยชน
(7) สงเสริมความรวมมือและการประสานงานระหวางหนวยราชการ องคการเอกชน และองคการ
อื่นในดานสิทธิมนุษยชน
(8) จัดทํารายงานประจําปเพื่อประเมินสถานการณดานสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ และเสนอตอ
รัฐสภา
(9) อํานาจหนาที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
ตอมา คณะรักษาความสงบแหงชาติ ไดมีประกาศฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557
เรื่องการสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ซึ่งกําหนดใหองคกรอื่นตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช
2550 ยังคงปฏิบัติหนาที่ตอไป ดังนั้น การปฏิบัติหนาที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติในปจจุบันจึง
ตองเปนไปตามประกาศคณะรักษาความสงบแหงชาติดังกลาวขางตน อันเปนเหตุใหอํานาจหนาที่ในการเสนอ
เรื่องและความเห็นตอศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง และการฟองคดีตอศาลยุติธรรมแทนผูเสียหายตามขอ
(2) (3) และ (4) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ดวย
ดังนั้น ในปจจุบัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติจึงมีอํานาจหนาที่ตามมาตรา 15 ของ
พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งตามมาตรา 22 ของพระราชบัญญัติ

