Page 11 - คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
P. 11
แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน อีกทั้งประเด็นการพูดคุยเหล่านี้มิค่อย
ปรากฏให้เกิดการถกเถียงและแลกเปลี่ยนในที่สาธารณะมากนักในพื้นที่
ปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเวลาก่อนหน้า
จากการวิวาทะในหลากหลายหัวข้อดังกล่าวก่อให้เกิดการสร้างคน
สร้างความรู้และเพิ่มมุมมองใหม่ในการพูดคุยกันในเรื่องสิทธิของตนเอง
สิทธิชุมชน สิทธิท้องถิ่นของคนในพื้นที่ เกิดความสนใจในหมู่คนรุ่นใหม่
นักศึกษา ปัญญาชน นักกิจกรรมและภาคประชาสังคมในพื้นที่หันมา
ร่วมกันทำางานในด้านสิทธิและการอำานวยความยุติธรรม ทำาให้ประเด็นเรื่อง
สิทธิของตนเอง สิทธิท้องถิ่นได้รับการหยิบยก ถูกนำามาแลกเปลี่ยน เรียนรู้
ในสังคมใหญ่ และเกิดการพัฒนา แก้ไขปัญหา สร้างความเข้าใจ ก่อให้เกิด
การริเริ่มในการแสวงหาหนทาง วิธีการในการสร้างแนวทางคุ้มครอง ปกป้อง
พิทักษ์สิทธิและอำานวยความยุติธรรมแก่คนในพื้นที่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งใน
การเคลื่อนไหวทางสังคมที่เลือกใช้การวิวาทะอย่างสันติวิธี นับเป็นรายการ
โทรทัศน์ที่ประสบความสำาเร็จในการส่งเสริม และให้การศึกษาแก่สาธารณะ
และเป็นวิธีการสื่อสารสร้างความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนศึกษาแก่คนในพื้นที่
พื้นที่ปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในอดีตผู้คนทั่วไปมักไม่คุ้นชิน
และเปิดรับกับคำาว่า “สิทธิมนุษยชน” มากนัก เนื่องจากเป็นแนวคิดใหม่ และเป็น
กระบวนทัศน์ใหม่ที่มักถูกมองว่าเป็นเครื่องมือของประเทศมหาอำานาจและ
ชาติตะวันตก อีกทั้งขาดการศึกษาเปรียบเทียบว่าแนวคิดดังกล่าวสอดคล้อง
หรือขัดแย้งกับหลักการศาสนาซึ่งคนพื้นที่นับถืออยู่ก่อนแล้วหรือไม่ อย่างไร
แม้กระทั่งปัญญาชนชาวมลายูมุสลิม ยังเกิดการตั้งคำาถามว่า “สิทธิมนุษยชน”
ในภาษามลายูถิ่นปาตานีมีศัพท์บัญญัตินี้อยู่ก่อนแล้วหรือไม่ ถ้ามีหรือต้อง
บัญญัติใหม่เราจะเรียก “สิทธิมนุษยชน” ศัพท์คำานี้ในภาษามลายูว่าอย่างไร
คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำ
คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำาหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้าหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 9 ฉ

