Page 183 - ประมวลรายงานผลการพิจารณาเพื่อเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ : เล่ม 1 ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2554 - 31 ธันวาคม 2557
P. 183
181
ประมวลรายงานผลการพิจารณาเพื่อเสนอแนะนโยบายหรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎ
ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เล่ม ๑ ระหว่าง ๑ มีนาคม ๒๕๕๔ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗
๔.๔.๓ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑
๑) ประเด็น องค์กรควบคุมหรือตรวจสอบ ควรเป็นอำานาจของศาลยุติธรรม หรือ
ศาลปกครองหรือทั้งสองศาล ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ให้ความเห็น ดังนี้
ความเห็นเช่นเดียวกับองค์กรควบคุมหรือตรวจสอบตามพระราชกำาหนดการบริหาร
ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
๑๔๕
๒) ประเด็น กระบวนการเข้าสู่อบรม ตามมาตรา ๒๑ ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ให้
ความเห็น ดังนี้
(๑) ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มี ๔ คนที่เข้าสู่กระบวนการตาม
มาตรา ๒๑ ซึ่งในจำานวน ๒ คน ได้เข้ากลับสู่สังคมและได้มาช่วยเหลือหน่วยงานรัฐด้วย มี ๑ คน ที่ถูก
ดำาเนินคดีถึง ๕ คดี ซึ่งมีผู้เสียหายประมาณ ๘๐ กว่าคน การเข้าสู่กระบวนการอบรมตามพระราชบัญญัติ
การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรฯ มาตรา ๒๑ ศาลให้คำาแนะนำาว่า ต้องเยียวยาผู้เสียหาย
ในคดีด้วย ซึ่งก็ได้เยียวยาไปส่วนใหญ่แล้ว
(๒) ก่อนเข้ากระบวนการเข้าสู่อบรม ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง
ภายในราชอาณาจักรฯ มาตรา ๒๑ ผู้นั้นจะต้องรับว่ากระทำาความผิดจริงและผู้เสียหายยอมรับ
ค่าทดแทนความเสียหายแล้ว ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการตามมาตรา ๒๑ ดังกล่าวได้
ในขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบใช้มาตรา ๒๑ ใน ๔ พื้นที่ซึ่งพบว่ายังไม่ประสบความ
สำาเร็จ ที่ผ่านมามี ๔ คดีที่เข้ากระบวนการอบรมมาตรา ๒๑ มี ๓ คดีที่รับสารภาพ แต่เมื่อเข้าสู่ชั้นศาล
กลับให้การปฏิเสธ เพราะเมื่อศาลยังไม่มีคำาพิพากษาจะกระทำาแก่ผู้นั้นเหมือนผู้กระทำาความผิดไม่ได้
ซึ่งเป็นหลักทั่วไปของรัฐธรรมนูญฯ และผู้นั้นก็มีสิทธิที่จะต่อสู้หรือจะเข้ากระบวนการอบรมตาม
มาตรา ๒๑ ก็เป็นสิทธิของผู้นั้น จากการตรวจสอบพบว่า การเข้าอบรมตามพระราชบัญญัติการ
รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรฯ มาตรา ๒๑ ปัญหาคือ เมื่อผู้กระทำาความผิดมอบตัวก็ไม่อาจ
เข้าสู่กระบวนการนี้ได้เพราะในพื้นที่นั้นๆ ยังใช้พระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์
ฉุกเฉินฯ อยู่
๑๔๕ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๒๑ ภายในเขตพื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ กอ.รมน. ดำาเนินการตามมาตรา ๑๕ หากปรากฏว่าผู้ใด
ต้องหาว่าได้กระทำาความผิดอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรตามที่คณะรัฐมนตรีกำาหนด
แต่กลับใจเข้ามอบตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกรณีที่พนักงานสอบสวนได้ดำาเนินการสอบสวนแล้ว
ปรากฏว่าผู้นั้นได้กระทำาไปเพราะหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์และการเปิดโอกาสให้ผู้นั้นกลับตัวจะเป็น
ประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในการนี้ให้พนักงานสอบสวนส่งสำานวนการสอบสวน
ของผู้ต้องหานั้น พร้อมทั้งความเห็นของพนักงานสอบสวนไปให้ผู้อำานวยการ

