Page 208 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 208
207
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
(๒.๒) กสม. ได้เสนอมาตรการด้านกลไกการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในรายงานผลการ
ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน จำานวน ๕๗ คำาร้อง ว่าผู้ต้องสงสัยตามหมายเรียก
ซึ่งออกตามพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
ซึ่งต่อมาทางราชการแจ้งว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว สำานักงานตำารวจแห่งชาติ
ต้องลบชื่อบุคคลดังกล่าวออกจากระบบฐานข้อมูลทางทะเบียนว่าเป็นบุคคลถูกออก
หมายเรียก
(๒.๓) ในกรณีการปล่อยตัวผู้ที่ถูกออกหมายตามกฎอัยการศึก ควรแจ้งให้ญาติมารับตัวไปโดย
มีการเซ็นชื่อรับตัวไปให้เรียบร้อย
(๒.๔) ในกระบวนการซักถามผู้ต้องสงสัย ควรดำาเนินการโดยพนักงานสอบสวน เนื่องจาก
มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากกว่าเจ้าหน้าที่ทหาร
(๒.๕) การอนุญาตให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องสงสัย หน่วยเฉพาะกิจควรดำาเนินการตามระเบียบของ
กองอำานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) อย่างเคร่งครัด มิใช่
บังคับใช้แต่ในค่ายทหารเท่านั้น
(๒.๖) ควรอนุญาตให้แพทย์อิสระเข้าตรวจร่างกายผู้ต้องสงสัย ทั้งนี้ เพื่อความสบายใจของ
ฝ่ายผู้ต้องสงสัย
๓.๗.๒ มาตรการการแก้ไขและข้อเสนอแนะนโยบาย
ในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปี ๒๕๕๖ กสม.
ได้เสนอมาตรการการแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นอำานาจของ
กสม. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๕๗ (๕) และพระราชบัญญัติ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ รวม ๒ กรณี ดังนี้
กรณีที่ ๑ สิทธิและเสรีภ�พในชีวิตและร่�งก�ย
กรณีบุตรช�ยเสียชีวิตในระหว่�งเข้�รับก�รบำ�บัดย�เสพติด
ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภ�พร่�งก�ยจินด�ภรณ์ จังหวัดสงขล�
กสม. เสนอมาตรการการแก้ไขปัญหาต่อศูนย์อำานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัด
สงขลา อำาเภอจะนะ และสำานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา และข้อเสนอแนะ
เชิงนโยบายต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖ ซึ่งได้นำาเสนอตามหัวข้อ ๓.๓.๓ ตัวอย่าง
ข้อเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย หน้า ๑๕๒-๑๕๔

