Page 110 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 110

109

                                      รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖







                                ๑.  ชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องหรือผู้ทำาการแทน
                                ๒.  ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ อันเป็นเหตุแห่งการกระทำาหรือการละเลยการกระทำา

                                     อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

                                ๓.  ลายมือชื่อของผู้ร้องหรือผู้ทำาการแทน ที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากผู้มีสิทธิยื่นคำาร้อง

                                โดยสามารถยื่นที่ สำ�นักง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ (สำ�นักง�น กสม.) หรือส่งทาง

                           ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือจะยื่นต่อกรรมการคนใดคนหนึ่ง หรือองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน
                           เพื่อส่งต่อให้ สำานักงาน กสม. ดำาเนินการต่อไป
                                  นอกจากนี้ กรณีเรื่องร้องเรียนใดเป็นเรื่องที่ไม่ครบองค์ประกอบ ตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราช

                           บัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒  กสม. จะไม่รับไว้เป็นคำาร้อง แต่จะได้มอบหมาย

                           ให้สำานักงาน กสม. ดำาเนินงานประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามมาตรา ๑๘ (๔) แห่งพระราชบัญญัติ
                           คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อแสวงหาทางออกของปัญหาร่วมกัน และก่อให้เกิด
                           สัมพันธภาพที่ดีต่อกันระหว่างผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                                โดยการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการกระทำาที่ไม่เป็นธรรมเป็นอำานาจของ กสม. ตาม

                           หมวด ๓  แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งได้กำาหนดการพิจารณา
                           ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของ กสม. ไว้ว่า เมื่อ กสม. เห็นสมควรให้มีการตรวจสอบการละเมิด
                           สิทธิมนุษยชนในกรณีใด หรือกรณีที่ได้รับการร้องเรียน หรือได้รับ

                           เรื่องจากองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน เพราะเห็นว่า เป็นกรณี
                           ที่มีมูลและอยู่ในอำานาจหน้าที่  กสม.สามารถแจ้งไปยังบุคคลหรือ

                           หน่วยงานที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือผู้เกี่ยวข้อง
                           กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนให้ชี้แจงข้อเท็จจริงภายในระยะเวลาที่

                           กสม. กำาหนด (ตามมาตรา ๒๕)
                                สำาหรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นประเด็นเดียวกันกับที่มีการฟ้อง

                           คดีต่อศาล  กสม. จะยุติการตรวจสอบ ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา ๒๒
                           แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.

                           ๒๕๔๒  ที่กำาหนดว่า “ในกรณีที่มีการกระทำาหรือการละเลยการ
                           กระทำาอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และมิใช่เป็นเรื่องที่มีการ

                           ฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาล หรือที่ศาลพิพากษาหรือมีคำาสั่งเด็ดขาด
                           แล้ว  ให้ กสม. มีอำานาจตรวจสอบและเสนอมาตรการการแก้ไข

                           ตามพระราชบัญญัตินี้”  หรือที่เรียกว่า “ยุติการตรวจสอบตาม
                           มาตรา ๒๒”  แต่อาจมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือ

                           เสนอแนะนโยบาย และกฎหมายต่อรัฐบาลได้
   105   106   107   108   109   110   111   112   113   114   115