Page 234 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 234

ˆ.   ∂“π°“√≥åªí≠À“·≈–º≈°√–∑∫®“°°“√®—¥°“√ «πªÉ“

                 „πªí®®ÿ∫—π
                     การปลูกปาตามเงื่อนไขสัมปทานนั้นมีเจตนารมณที่ตองการฟนฟูระบบนิเวศปาไม  (forest
               ecosystem restoration) เพื่อใหความหลากหลายทางชีวภาพฟนกลับคืนมา พรอมทั้งมีบทบาท หนาที่ทาง

               ระบบนิเวศ แตการปลูกปาในพื้นที่ดังกลาวไดใชหลักการจัดการสวนปา (plantation) ซึ่งมุงเนนเพื่อการผลิต
               เนื้อไมเปนหลัก (timber production) โดยใชหลักการจัดการสวนปาทั้งการเตรียมพื้นที่โดยเครื่องจักรกล การ
               ปลูกตนไมชนิดที่ตองการใชเนื้อไมไมกี่ชนิด ลักษณะเปนแถว เปนแนว มีการกำจัดวัชพืชโดยใชสารเคมี

               เครื่องจักร เมื่อตนไมโตจนเรือนยอดชิดกันก็จะทำการตัดสางขยายระยะ (Thining) เพื่อเรงการเจริญเติบโต
               ทางเนื้อไมแกตนไมที่เหลือไว และเมื่อถึงรอบตัดฟนรอบสุดทายก็จะเปนการตัดหมด (clear cutting) แลว
               ทำการเตรียมพื้นที่เก็บริมสุมเผา ไถพรวนเพื่อปลูกในรอบตอไป จากวงจรของการจัดการสวนปาดังกลาว
               ประกอบกับรูปแบบการทำสวนปาที่ไมตอบสนองเปาหมายการฟนฟูระบบนิเวศ อีกทั้งยังพบวารูปแบบการ
               ทำสวนปาของ อ.อ.ป. มีการเปลี่ยนแปลงไปปลูกพืชทางการเกษตร เชน ยางพารา น้ำมันปาลม นอกจากมี

               ความขัดแยงในเรื่องพื้นที่ปลูกปาแลว ปฏิบัติการในการจัดการสวนปาหรือ วนวัฒนวิธี (Silviculture
               practices) ในทุกชวงของการจัดการสวนปาทั้งชวงการเตรียมพื้นที่ปลูก การกำจัดวัชพืช การตัดไมออกนั้น
               ไดเกิดผลกระทบตอระบบนิเวศซึ่งขัดแยงกับเจตนารมณที่จะปลูกปาเพื่อการฟนฟูระบบนิเวศ และในบาง

               พื้นที่มีผลกระทบตอชุมชนที่อยูใกลเคียง เพราะเปนพื้นที่ตนน้ำลำธาร เปนพื้นที่ชุมชนพึ่งพิงใชประโยชนใน
               การเก็บหาของปา พืชอาหาร สมุนไพร โดยมีขอมูลจากการรองเรียนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหง
               ชาติ พบวาในป พ.ศ.๒๕๔๙ มีจำนวนการรองเรียน ๑๐ กรณี คิดเปนรอยละ ๒๔ ของเรื่องรองเรียนที่ดินปา
               ไมทั้งหมด ๒๒๗ กรณี (คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ, ๒๕๔๙) ซึ่งทางคณะผูศึกษาไดศึกษาถึง
               ความสัมพันธของชุมชนกับพื้นที่กอนที่จะมีโครงการปลูกปาตามเงื่อนไขสัมปทาน รวมทั้งผลกระทบทั้งทาง

               บวกและทางลบในแตละชวงขั้นตอนการจัดการสวนปาในระดับพื้นที่ ๓ พื้นที่ โดยมีผลการศึกษาดังนี้































                                                                                                  233
   229   230   231   232   233   234   235   236   237   238   239