Page 170 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 170
เพื่อแกไขปญหาการขัดแยงระหวางราษฎรกับเจาหนาที่ และเพื่อบรรเทาความเดือดรอนแก
ราษฎร ในป ๒๕๔๕ องคการอุตสาหกรรมปาไม จึงไดกำหนดหลักเกณฑในการอนุญาต การใชประโยชน
ที่ดินในเขตพื้นที่สวนปา ไดประกาศใหราษฎรที่บุกรุกพื้นที่สวนปาโดยผิดกฎหมายและมีการปลูกพืชผล
อาสินอยูกอนแลว ที่ไดดำเนินการปลูกจนใกลไดรับผลผลิต โดยองคการอุตสาหกรรมปาไมไดแตงตั้งคณะ
กรรมการออกตรวจสอบพื้นที่ หากผูสมัครมีคุณสมบัติตามระเบียบกฎเกณฑก็จะทำสัญญาการใชประโยชน
ที่ดินตอไป ซึ่งปจจุบันไดมีผูขอใชประโยชน จำนวน ๑๕๕ ราย ไดรับอนุญาตใหใชประโยชนแลวจำนวน
๑๐๙ ราย เนื้อที่รวม ๓,๙๙๗ ไร สวนที่เหลืออยูระหวางดำเนินการ
สำหรับผูบุกรุกพื้นที่สวนปาไชยาโดยผิดกฎหมายรายอื่นๆ องคการอุตสาหกรรมปาไมยัง
จำเปนตองดำเนินการตามกฎหมาย แตเนื่องจากเจาหนาที่สวนปามีจำนวนไมเพียงพอ องคการอุตสาหกรรม
ปาไม จึงไดขอสนับสนุนกำลังเจาหนาที่ตำรวจตระเวนชายแดนจากกองรอยตำรวจตระเวณชายแดนที่ ๔๑๗
รวมปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายปาไมในเขตสวนปาไชยา ตามคำสั่งของผูอำนวยการองคการ
อุตสาหกรรมปาไม และรัฐมนตรีวาการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
กรณีราษฎรตำบลปากหมาก รองเรียนวาเจาหนาที่สวนปาสุราษฎรธานีและเจาหนาที่ตำรวจ
ตระเวนชายแดนทำลายทรัพยสินนั้น คณะเจาหนาที่ดำเนินการไปตามอำนาจหนาที่และกระบวนการตาม
กฎหมาย โดยกรณีดังกลาวผูวาราชการจังหวัดสุราษฎรธานีไดรับทราบถึงปญหาและไดสั่งการใหพิจารณา
แกไขปญหา ซึ่งขณะนี้อยูในระหวางที่คณะทำงานตรวจสอบแนวเขตพื้นที่สวนปาไชยา ตามสำเนาคำสั่งที่
จังหวัดสุราษฎรธานีที่ ๓๐๒๒/๒๕๔๘ ลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๘ รวมกันเดินสำรวจแนวเขตตรวจสอบ
แนวเขตสวนปาไชยาที่มีปญหากับราษฎร โดยไดดำเนินการตรวจสอบในวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๙
(๓) นายธานินทร หิมมะ ผูจัดการสำนักงานอนุรักษฯ ชี้แจงเพิ่มเติมดวยวาจา เมื่อวันที่ ๙
มกราคม ๒๕๕๐ ณ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ วาการทำสัญญาขอใชพื้นที่สวนปาครั้ง
แรกมีสัญญา ๓ ป ซึ่งผูขอใชพื้นที่จะตองมาขอตอสัญญาครั้งที่ ๒ แตมีชาวบานบางสวนไมไดมาตอสัญญา
ซึ่งหนวยงานไดมีหนังสือแจงใหมาตอสัญญาตามระยะเวลาที่กำหนดไวหนังสือ ถาไมมีการตอสัญญาก็ไมมี
ความผูกพันตอกัน เมื่อกรมปาไมอนุญาตใหองคการอุตสาหกรรมปาไมใชประโยชนในพื้นที่แลว องคการ
อุตสาหกรรมปาไมจึงยังคงมีสิทธิในพื้นที่อยู
องคการอุตสาหกรรมปาไมไมไดจับกุมชาวบานที่ทำสัญญา เนื่องจากตองการชวยเหลือให
ชาวบานไดใชพื้นที่ โดยใหอยูในรูปของสัญญา แตชาวบานตองการไดกรรมสิทธิ์จึงเกิดปญหาขึ้น การทำ
สัญญาไมใชการเชา เปนการใหใชพื้นที่ รวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๓,๐๐๐ กวาไร เรียกเก็บราคา ๒๐ บาท
ตอไรตอป เปนขอกำหนดขององคการอุตสาหกรรมปาไม ไมใชสวนปาไชยาตัดสินใจทำเอง เงินเหลานี้นำเขา
สวนกลาง กรณีที่อนุญาตใหทำเชนนี้ไดอาศัยกฎหมายหรือกฎกระทรวงใดไมทราบ เปนเรื่องที่องคการ
อุตสาหกรรมปาไม เห็นชอบใหเชา
ในการแกไขปญหาพื้นที่สวนปาไชยา แยกออกเปนสองสวน คือ สวนที่จังหวัดแตงตั้งคณะ
ทำงาน และสวนของสวนปาที่จะตองไปหารือกับองคการอุตสาหกรรมปาไมสวนกลาง เมื่อสวนกลางแจงให
ดำเนินการอยางไร ก็ตองดำเนินการตามนั้น ซึ่งอาจจะเปนคนละสวนกันกับคณะทำงานของจังหวัด
169

