Page 168 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 168

ผูรองที่ ๒ รองเรียนเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๐ วาไดมาซื้อที่ดินจากนายชื่น เดิมโรย เนื้อที่
               ประมาณ ๕๐ ไร ปลูกปาลมน้ำมัน  ในป พ.ศ.๒๕๔๑ เจาหนาที่ปาไมไดเขามาสำรวจการครอบครองที่ดิน
               ตามมติคณะรัฐมนตรี  ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑  ตอมาป ๒๕๔๕ เจาหนาที่องคการอุตสาหกรรมปาไม
               และตำรวจตระเวนชายแดนไดมาบังคับใหเปนสมาชิกของสวนปาไชยา หากไมปฏิบัติตามจะถูกจับกุมดำเนิน

               คดีในขอหาบุกรุก แผวถาง ครอบครองปาสงวน ผูรองที่ ๒ สมัครสมาชิกครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม
               ๒๕๔๕ จำนวนพื้นที่ ๒๐ ไร ครั้งที่ ๒ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๖ เนื้อที่เพิ่มขึ้นจาก ๒๐ ไร เปน ๗๖ ไร
               โดยที่ดินที่เพิ่มขึ้นเปนของบุตรของผูรองที่ ๒ และผูอื่นอีก ๒ ราย แตผูรองที่ ๒ ไมยินยอมจายเงินในสวนที่
               เกินกวา ๒๐ ไร ตอมาบุตรชายของผูรองที่ ๒ ไดนำเอารถไถไปปรับสภาพที่ดินเพื่อปลูกบาน จึงถูกเจาหนาที่

               องคการอุตสาหกรรมปาไม และตำรวจตระเวนชายแดนจับกุม และจะดำเนินคดีกับบุตรชายและคนขับรถไถ
               ผูรองที่ ๒ จึงไดเจรจาจะชำระคาเชาที่ดินทั้ง ๗๖ ไร คิดเปนจำนวนเงิน ๓,๑๒๕ บาท เปนการชำระคาเชา
               เพียง ๒ ป ซึ่งปกติจะตองจายเงินใหครบ  ๓  ป แตอยางไรก็ตาม ผูรองที่ ๒ ไมมีเงินเพียงพอที่จะชำระคาเชา
               องคการอุตสาหกรรมปาไม และตำรวจตระเวนชายแดน จึงไดปลอยตัว

                      ตอมาผูรองที่ ๒ ไดเขารวมเรียกรองใหมีการแกไขปญหาพื้นที่สวนปาทับที่ดินทำกินในพื้นที่ หมูที่
               ๔ ตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎรธานี และไดรับเลือกใหเปนหัวหนาซอยในการนำชี้แนวเขต
               ที่ดินใหกับคณะทำงานตรวจสอบแนวเขต ตามคำสั่งจังหวัดสุราษฎรธานีที่ ๓๐๒๒/๒๕๔๘ ลงวันที่ ๑๙
               ธันวาคม ๒๕๔๘  และถูกเจาหนาที่สวนปาแจงความดำเนินคดี

                      ผูรองที่ ๓ รองเรียนเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๐ วา ไดเขามาจับจองที่ดินปลูกสรางผลอาสิน
               ตั้งแตป ๒๕๑๙ มีที่ดินจำนวน ๖๐ ไร ปลูกยางพาราเต็มพื้นที่ ในป พ.ศ.๒๕๒๗ ไดทำสัญญาเชากับปาไม
               อำเภอไชยา ในป ๒๕๓๗ ไดปลูกยางพารารอบที่ ๒ และในป ๒๕๔๗ เจาหนาที่องคการอุตสาหกรรมปาไม
               และเจาหนาที่ตำรวจตระเวนชายแดน ไดนำรถไถเขาไถทำลายผลอาสินในที่ดินของผูรอง และในเดือน

               พฤศจิกายน ๒๕๔๘ เจาหนาที่องคการอุตสาหกรรมปาไมไดปลูกยางพาราขึ้นมาใหม ผูรองที่ ๓ ไดแจงความ
               กับเจาหนาที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอไชยา แตไมรับแจงความ จึงรองเรียนไปที่ศูนยดำรงธรรม แตก็
               ยังไมไดรับการแกไข
                      ผูรองที่ ๔ รองเรียนเมื่อวันที่  ๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๐ วาไดซื้อที่ดินจากนายวิสุทธิ์ พลายเมือง เนื้อที่

               ๖๐ ไร ปลูกปาลมน้ำมันเมื่อป ๒๕๔๔  ตอมาเมื่อวันที่ ๗ – ๘ เมษายน ๒๕๔๙  เจาหนาที่ของสวนปาไชยา
               ๔ คน เขามาลักลอบตัดผลปาลมน้ำมัน ผูรองที่ ๔ ไดแจงความรองทุกขกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอไชยา ตอมา
               ในวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๔๙ เจาหนาที่สวนปาไชยาไดนำกำลังเจาหนาที่หนวยปฏิบัติการพิเศษ (น.ป.พ.)
               เขาจับกุมคนทำงานของผูรองที่ ๔ ขอหาบุกรุกปาสงวน หลังจากนั้นทางเจาหนาที่สวนปาไชยา ไดเขาไปตัด

               ผลปาลมน้ำมันในสวนของผูรองที่ ๔ โดยอางวาไดตัดปาลมน้ำมันในที่ดินแปลงที่ศาลสั่งยึด จำนวน ๑๘ ไร
               ซึ่งในความเปนจริงสวนปาลมของผูรองที่ ๔ อยูนอกเขตพื้นที่ ๑๘ ไร ที่ศาลสั่งยึด เพราะมีการปกปายแนว
               เขตพื้นที่ดินระหวางที่ดินแปลงที่ศาลสั่งยึดกับที่ดินของผูรองที่ ๔ อยางชัดเจน
                      ผูรองที่ ๕ รองเรียนเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ ๒๕๕๐ วาไดซื้อที่ดินทำกินจากราษฎรในพื้นที่ เมื่อป

               ๒๕๔๐ เดิมเปนสวนกาแฟและปลูกพืชลมลุก ผูรองที่ ๕ ไดรื้อและปลูกปาลมน้ำมัน ประมาณ ๗๘๐ ตนแทน
               เมื่อป ๒๕๔๑ เจาหนาที่จากกรมปาไม ไดเขามาสำรวจการครอบครองที่ดินของราษฎร ตามมติคณะรัฐมนตรี


                                                                                                  167
   163   164   165   166   167   168   169   170   171   172   173