Page 597 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 597
ทบทวนการใช้โทษดังกล่าว และจะต้องโดยความเห็นชอบของเจ้าหน้าที่มีอำนาจ
เท่านั้น และจะต้องไม่ให้กำหนดเป็นส่วนหนึ่งของบทลงโทษตามคำพิพากษาของศาล
2. ควรห้ามใช้การขังเดี่ยวกับผู้ต้องขังที่มีความบกพร่องทางจิตใจหรือทางกาย
หากมาตรการเช่นนั้นอาจส่งผลกระทบให้สภาพทางจิตใจหรือร่างกายของเขาเลวร้าย
ลงไปอีก ห้ามใช้การขังเดี่ยวและมาตรการที่คล้ายคลึงกันกับผู้หญิงและเด็ก โดยให้ใช้
มาตรฐานอื่นๆขององค์การสหประชาชาติ และบรรทัดฐานในการป้องกัน
1
อาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา
ข้อกำหนด 46
1. บุคคลากรทางการแพทย์จะต้องไม่มีบทบาทในการลงโทษทางวินัยหรือ
มาตรการจำกัดเสรีภาพใดๆต่อผู้ต้องขัง ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะต้องให้
ความสนใจเป็นพิเศษต่อสุขภาพของผู้ต้องขังที่ถูกสั่งให้แยกขังโดยไม่สมัครใจ รวมทั้ง
การเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังเช่นนั้นทุกวัน และการให้ความช่วยเหลือและการ
รักษาพยาบาลโดยพลันกรณีที่ได้รับการร้องขอจากผู้ต้องขังนั้นหรือเจ้าหน้าที่เรือนจำ
2. บุคคลากรทางการแพทย์ต้องรายงานต่อผู้บัญชาการเรือนจำโดยไม่ชักช้า
กรณีที่พบว่าการลงโทษทางวินัยหรือมาตรการจำกัดเสรีภาพใดๆ ได้ส่งผลกระทบ
ร้ายแรงต่อสุขภาพด้านจิตใจหรือกายของผู้ต้องขังที่ถูกลงโทษหรือถูกมาตรการนั้น
และพึงให้คำปรึกษากับผู้บัญชาการเรือนจำ กรณีที่เห็นว่าจำเป็นต้องยุติหรือ
ปรับเปลี่ยนมาตรการดังกล่าว ด้วยเหตุผลของสุขภาพทางกายหรือจิตใจของผู้ต้องขัง
3. บุคคลากรทางการแพทย์จะต้องมีอำนาจในการสั่งให้ทบทวนและเสนอแนะ
ให้เปลี่ยนแปลงการแยกขังโดยไม่สมัครใจนั้น ทั้งนี้เพื่อประกันว่าการแยกขังเช่นนั้น
1 โปรดดู ข้อก ำหนด 67 ของข้อก ำหนดสหประชำชำติเพื่อกำรคุ้มครองเยำวชนผู้กระท ำผิดที่ถูกคุมขัง (United Nations
Rules for the Protection of Juveniles Deprived of their Liberty) (มติที่ 45/113, ภำคผนวก); และข้อก ำหนด 22 ของ
ข้อก ำหนดสหประชำชำติว่ำด้วยกำรปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและกรณีที่ไม่ใช้กำรควบคุมตัวผู้ต้องหำหญิง (United Nations
Rules for the Treatment of Women Prisoners and Non-custodial Measures for Women Offenders) (มติที่
65/229, ภำคผนวก)
21

