Page 79 - วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน
P. 79

78             วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน







                            หลัก “คุณสมบัติอันเป็นสาระส�าคัญของงาน” นั้น กฎหมายของหลายประเทศ
            ได้น�าไปใช้ในการพิจารณาคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับ “เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ” อื่น ๆ เช่น เชื้อชาติ
            ศาสนา ฯลฯ ด้วย หากเปรียบเทียบกับกฎหมายในระดับของสหภาพยุโรป ก็พบว่ามีการน�าหลักนี้มา
            ใช้เช่นกัน กล่าวคือ การก�าหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับการจ้างงานที่มีผลเป็นการจ�ากัดสิทธิส�าหรับคน
            บางกลุ่มที่มีความเกี่ยวโยงกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา เพศ ความพิการ  โดยหลัก
            แล้วเป็นการเลือกปฏิบัติอันขัดต่อกฎหมายสหภาพยุโรป (กฎหมายเกี่ยวกับการวางกรอบส�าหรับ
                                                                 49
            การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันในการจ้างแรงงานและการประกอบอาชีพ ) แต่กฎหมายนี้ยกเว้นส�าหรับกรณี
            ที่เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติดังกล่าวเป็นคุณสมบัติอันจ�าเป็นอย่างแท้จริงต่อการท�างานหรืออาชีพนั้น
                                                                                          50
            (genuine occupational requirement) ทั้งนี้ ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมายและได้สัดส่วน
            เช่น องค์กรศาสนาอาจระบุคุณสมบัติในการรับสมัครพนักงานที่นับถือศาสนานั้น ศาลยุติธรรมยุโรป
            European Court of Justice หรือ ECJ) เคยตัดสินไว้ว่า การก�าหนดอายุขั้นสูงส�าหรับผู้สมัครต�าแหน่ง
            พนักงานดับเพลิง แม้เป็นการปฏิบัติแตกต่างกันด้วยเหตุแห่งอายุ แต่การก�าหนดคุณสมบัติดังกล่าวมี
            ลักษณะ “จ�าเป็นอย่างแท้จริงต่อการท�างานหรืออาชีพนั้น” (genuine occupational requirement)
            เพราะงานดังกล่าวต้องอาศัยความแข็งแรงทางกายภาพรวมทั้งสุขภาพที่ดี 51

                            อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีของไทยแล้วพบว่า ประเทศไทยยังไม่มี
            กฎหมายที่วางหลักห้ามเลือกปฏิบัติในลักษณะกฎหมายกลาง นอกจากนี้ ยังไม่มีการวางหลักห้าม
            เลือกปฏิบัติด้วยเหตุประวัติอาชญากรรม อีกทั้งไม่มีการก�าหนดหลัก“คุณสมบัติที่จ�าเป็นและเกี่ยวข้อง

            กับงาน” ไว้ในกฎหมายใดโดยเฉพาะทั้งในกรณีการท�างานภาครัฐและเอกชน

                            ในส่วนของการท�างานภาครัฐนั้น จากกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวมาแล้ว
            มักก�าหนดคุณสมบัติต้องห้ามในกรณี “ค�าพิพากษาถึงที่สุดให้จ�าคุก เว้นแต่เป็นโทษส�าหรับความผิดที่
            ได้กระท�าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ” ซึ่งไม่มีการจ�าแนกรายละเอียดและพิจารณาความสัมพันธ์
            ว่าความผิดอาญาที่บุคคลนั้นได้รับมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับคุณสมบัติของต�าแหน่งงานที่ประสงค์




                  49   Council Directive 2000/78/EC establishing a general framework for equal treatment in
            employment and occupation.
                  50   Council Directive 2000/78/EC  Article 4  (Occupational requirements):  “…Member
            States may provide that a difference of treatment which is based on a characteristic related to
            any of the grounds referred to in Article 1 shall not constitute discrimination where, by reason
            of the nature of the particular occupational activities concerned or of the context in which
            they are carried out, such a characteristic constitutes a genuine and determining occupational
            requirement, provided that the objective is legitimate and the requirement is proportionate.
                  51   From Case C-229/08: Judgment of the Court (Grand Chamber) of 12 January 2010,
            by C. Wolf & S. Frankfurt am Main, 2010.  Retrieved from http://curia.europa.eu/juris/liste.
            jsf?language=en&num=C-229/08
   74   75   76   77   78   79   80   81   82   83   84