Page 347 - กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566)
P. 347
แนวปฏิบัติในการจัดท าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
ระหว่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือส านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กับองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขแนวปฏิบัติในการจัดท าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือส านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกับองค์กรหรือ
หน่วยงานต่างๆ ให้มีความชัดเจนและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สอดคล้องกับภารกิจของคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติและส านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามที่รัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้อ านาจไว้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในคราวประชุมด้านบริหาร ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๐
เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๐ จึงมีมติให้ยกเลิกแนวปฏิบัติในการจัดท าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือส านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกับองค์กร
หรือหน่วยงานต่างๆ ลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๙ และก าหนดแนวปฏิบัติในการจัดท าบันทึกข้อตกลง
ความร่วมมือ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกรณีที่ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือ
ส านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เห็นสมควรให้มีการจัดท าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
ในเรื่องใดกับองค์กรหรือหน่วยงานใด ให้ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ หรือส านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เสนอแนวคิด หลักการ เหตุผล รวมทั้ง
วัตถุประสงค์ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ
การจัดท าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยจะต้องพิจารณาตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้
ประกอบด้วย
(๑) ความสอดคล้องของหน้าที่และอ านาจ หรือยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
หรือส านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
(๒) เหตุผลความจ าเป็น หรือประโยชน์ ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือส านักงาน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะได้รับ ตามหน้าที่และอ านาจในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
ข้อ ๒ ในการจัดท าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ให้ส านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประสานองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันพิจารณาเนื้อหาของข้อตกลง และจัดท าเป็นบันทึก
ข้อตกลงความร่วมมือ โดยต้องก าหนดระยะเวลาสิ้นสุดของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือไว้ ทั้งนี้ ให้มีสาระส าคัญ
ตามรูปแบบที่ก าหนดไว้ท้ายแนวปฏิบัตินี้
ให้ส านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติน าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือที่ได้ตรวจสอบ
ความถูกต้องแล้ว เสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบและก าหนดเวลา
ในการลงนาม
334

