Page 136 - รายงานผลการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะ มาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (ฉบับสมบูรณ์)
P. 136

รายงานผลการศึกษาวิจัยเพื่อจัดท าข้อเสนอแนะ มาตรการ หรือแนวทางในการส่งเสริมและ
               คุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


                       จากแผนภาพมีข้อสรุป 5 ประการ ดังนี้

                       1.  การใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพนั้นจะต้องไม่กระทบต่อการเข้าถึงการใช้ประโยชน์ในที่ดิน กล่าวคือ

               ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ ระบบตลาดเป็นระบบที่จะท าให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

               การก่อตั้งสิทธิในที่ดินและน าที่ดินเข้าสู่ระบบตลาดเพื่อให้มีการซื้อขายเป็นการสร้างแรงจูงใจเชิงบวกที่จะใช้
               ประโยชน์จากที่ดิน แต่ในขณะเดียวกัน ที่ดินก็เป็นปัจจัยพื้นฐานในการด ารงชีวิตและการใช้สิทธิมนุษยชนอื่นๆ

               ซึ่งกลไกตลาดไม่อาจจัดสรรที่ดินให้กับผู้ที่ยากจนหรือกระจายการถือครองเพื่อสร้างความเป็นธรรม (equity)

               ได้ จึงต้องมีการก าหนดรูปแบบการถือครองที่แตกต่างกัน เพื่อเป็นเครื่องมือให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินทั้งเพื่อ
               เพิ่มการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อการจัดสรรสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น การถือครองในรูปแบบกรรมสิทธิ์

               (ownership) ซึ่งเจ้าของที่ดินมีสิทธิเต็มที่ในการใช้ที่ดิน และการถือครองในรูปแบบที่เป็นการจัดสรรอื่นๆ
               เช่น ที่ดินปฏิรูปเกษตรกรรมที่จ ากัดการถือครองไม่ให้ซื้อขายและจ ากัดการใช้ประโยชน์เฉพาะเกษตรกรรม

               เพื่อสนับสนุนเกษตรกร เป็นต้น

                       2.  การใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องมีมาตรการป้องกันหรือลดผลกระทบจากการใช้ประโยชน์

               ที่ดิน เนื่องจากที่ดินเป็นทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายไม่ได้และสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม กิจกรรมในที่ดินอาจส่งผล
               กระทบทางลบต่อทรัพยากรในที่ดินหรือในที่ดินข้างเคียง (externality) จึงต้องมีการวางแผนและก ากับดูแล

               การใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิผู้อื่นและประโยชน์สาธารณะ เช่น การวางแผนการใช้ประโยชน์

               ที่ดินหรือกฎหมายผังเมือง การประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และกฎเกณฑ์เพื่อความปลอดภัยต่างๆ การ
               ควบคุมอาคาร การควบคุมโรงงาน เป็นต้น โดยมักเป็นเครื่องมือกฎหมายเพื่อให้ต้นทุนทางสังคมถูกรวมเข้าไป

               ในต้นทุนการผลิต (internalize the externality) เช่น กฎหมายก าหนดให้ต้องมีการประเมินผลกระทบทาง
               สิ่งแวดล้อมและสร้างมาตรการรองรับผลกระทบในการด าเนินการต่างๆ ผู้ด าเนินการจึงต้องรับภาระในการ

               ปฏิบัติตาม ไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินจนกระทบต่อที่ดินข้างเคียงหรือสิ่งแวดล้อมได้

                       3.  การเพิ่มการเข้าถึงสิทธิในการใช้ประโยชน์ที่ดินต้องค านึงถึงผลกระทบทางลบด้วยเช่นกัน

               โดยเฉพาะกรณีที่เป็นเรื่องการเข้าถึงสิทธิในการใช้ทรัพยากรป่าไม้ หรือการได้รับการจัดสรรที่ดินจากรัฐ โดย
               ต้องมีการรอนสิทธิบางอย่างเพื่อมิให้ที่ดินเข้าสู่ระบบตลาด มีการก าหนดกติกาการใช้ประโยชน์และขอบเขต

               ที่ชัดเจน เป็นต้น

                       4.  ต้องมีฐานข้อมูลที่ดินและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการก าหนดนโยบาย การวางแผนการใช้ที่ดิน

               การก ากับดูแลและติดตามตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตลอดจนกระบวนการระงับข้อพิพาทที่เกี่ยวกับที่ดิน

                       5.  ต้องมีกระบวนการยุติธรรมหรือเครื่องมือส าหรับการระงับข้อพิพาทที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น

               การพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชน หรือเอกชนกับเอกชน ที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับประเด็นที่ดิน

                       ดังนั้น หากมีการใช้เครื่องมือที่ไม่เหมาะสมกับประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน ไม่สอดคล้องกับความ

               เป็นจริง หรือไม่ตอบวัตถุประสงค์ในการก าหนดนโยบายหรือออกกฎหมายเพื่อประสิทธิภาพหรือความเป็น

               ธรรมในการใช้ประโยชน์ที่ดิน อาจเกิดผลกระทบในทางลบต่อบุคคลหรือประโยชน์สาธารณะได้ โดยผลกระทบ



               4-2                                                              สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
   131   132   133   134   135   136   137   138   139   140   141