Page 12 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 12
แปรรูป โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ คือ ญี่ปุ่น (ร้อยละ 59.3 ของมูลค่าการส่งออกสัตว์ปีกปี 2560) และ
สหภาพยุโรป (European Union: EU) (ร้อยละ 25.6 ของมูลค่าการส่งออกฯ ปี 2560)
ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ที่ปรึกษาภายนอกของโครงการ พบว่าอุตสาหกรรมสัตว์ปีกเป็น
อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานข้ามชาติอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากลักษณะของงานมีคุณสมบัติเป็นงานประเภทที่
เรียกว่า 3D คือ เป็นกลุ่มงานที่เหนื่อยยาก (Difficult) อันตราย (Dangerous) และสกปรก (Dirty) ทำให้ยาก
4
แก่การหาแรงงานไทยเข้ามาดำเนินการ (รวมถึงการขาดแคลนแรงงานไร้ฝีมือ ของไทย) โดยพบการใช้แรงงาน
ข้ามชาติทั้งในโรงเลี้ยงสัตว์ปีกและในโรงเชือด/แปรรูป ซึ่งแบบแผนการผลิตในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทยก็
อาจมีส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายประการ ซึ่งจะได้กล่าวถึงในรายละเอียดต่อไป
จากสถิติแรงงานข้ามชาติของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว (2561) ข้อมูลเมื่อเดือนตุลาคม
2561 พบว่า ไทยมีแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม 3 สัญชาติ (เมียนมา ลาว และกัมพูชา) ที่ได้รับอนุญาตให้
เข้ามาทำงานในระดับกรรมกรและแม่บ้าน และทำงานในกิจการด้านเกษตรหรือปศุสัตว์ รวมถึงกิจการที่
ต่อเนื่องจากเกษตรหรือปศุสัตว์ จำนวน 404,022 คน เป็นแรงงานที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติแล้ว (ตามมาตรา
59 ของพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551) จำนวน 180,687 คน เป็นแรงงานที่นำเข้าตาม
MOU ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลประเทศต้นทางจำนวน 211,630 คน และเป็นแรงงานประเภทไป-กลับ
หรือตามฤดูกาลจำนวน 11,705 คน แม้จะไม่พบรายงานหรือสถิติที่เจาะจงเฉพาะอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
แต่มีการประมาณการจากกระทรวงแรงงานในปี 2560 ว่าแรงงานต่างชาติจำนวนมากในไทยยังคงเป็นแรงงาน
ที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคและความท้าทายที่สำคัญในการคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติ
5
ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2558 องค์กร Swedwatch ซึ่งร่วมมือกับ Finnwatch ได้ออก
6
รายงานชื่อ “Trapped in the Kitchen of the World - the situation for migrant workers in
Thailand's poultry industry” ซึ่งบรรยายถึงลักษณะการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม
สัตว์ปีกของไทย และห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม จากการสัมภาษณ์แรงงานสัญชาติเมียนมาและกัมพูชา
จำนวน 98 คนจาก 6 โรงงานอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของ 4 บริษัท ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น The
Swedish National Food Agency และบริษัทของสวีเดนที่นำเข้าสัตว์ปีกจากไทย 5 บริษัท
รายงานการศึกษาดังกล่าว (จากการสัมภาษณ์แรงงานข้ามชาติ) ระบุว่าผู้ผลิตในอุตสาหกรรม
สัตว์ปีกของไทยมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติในหลายกรณี ได้แก่การบังคับให้ทำงานต่อเนื่อง
ยาวนานกว่าที่กฎหมายกำหนด การยึดเอกสารส่วนตัว (เช่นหนังสือเดินทาง) ทำให้แรงงานไม่มีอิสระในการ
เดินทาง การอาศัยในที่พักที่มีความแออัด การถูกเรียกเก็บค่านายหน้าที่ไม่เป็นธรรม การถูกข่มขู่ขณะทำงาน
4 แรงงานไร้ฝีมือ (Unskilled Labor) ในทีนี้ หมายถึงแรงงานในอาชีพที่ไม่จำเป็นต้องใช้วุฒิการศึกษาที่สูงกว่าระดับ
ประถมศึกษา (สอดคล้องกับนิยามของ International Standard Classification of Occupations 2008: ISCO-08) ซึ่ง
ไม่ได้หมายความว่า ลักษณะงานจะเป็นงานที่แรงงานสามารถดำเนินการได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงทักษะเฉพาะใดๆ
5 องค์กรเอกชนจากประเทศสวีเดน ที่ขับเคลื่อนด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม
6 องค์กรเอกชนจากประเทศฟินแลนด์ ที่ขับเคลื่อนด้านการสร้างความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในโลก
โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย:
กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก หน้าที่ 10 | 180

