Page 59 - กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
P. 59

กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ





                                                            หน้า   ๕๐
                   เล่ม   ๑๓๔   ตอนที่   ๔๐   ก          ราชกิจจานุเบกษา                    ๖   เมษายน   ๒๕๖๐


                           ในการประชุมรัฐสภาคราวต่อไป  ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกําหนดนั้นต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณา
                   โดยไม่ชักช้า  ถ้าอยู่นอกสมัยประชุมและการรอการเปิดสมัยประชุมสามัญจะเป็นการชักช้า  คณะรัฐมนตรี

                   ต้องดําเนินการให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกําหนดโดยเร็ว
                   ถ้าสภาผู้แทนราษฎรไม่อนุมัติหรือสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติแต่วุฒิสภาไม่อนุมัติและสภาผู้แทนราษฎร

                   ยืนยันการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
                   ให้พระราชกําหนดนั้นตกไป  แต่ทั้งนี้ไม่กระทบต่อกิจการที่ได้เป็นไปในระหว่างที่ใช้พระราชกําหนดนั้น

                           หากพระราชกําหนดตามวรรคหนึ่งมีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายใด
                   และพระราชกําหนดนั้นต้องตกไปตามวรรคสาม  ให้บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีอยู่ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติม

                   หรือยกเลิก  มีผลใช้บังคับต่อไปนับแต่วันที่การไม่อนุมัติพระราชกําหนดนั้นมีผล
                           ถ้าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอนุมัติพระราชกําหนดนั้น  หรือถ้าวุฒิสภาไม่อนุมัติและ

                   สภาผู้แทนราษฎรยืนยันการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
                   ของสภาผู้แทนราษฎร  ให้พระราชกําหนดนั้นมีผลใช้บังคับเป็นพระราชบัญญัติต่อไป

                           การอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกําหนด  ให้นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
                   ในกรณีไม่อนุมัติ  ให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                           การพิจารณาพระราชกําหนดของสภาผู้แทนราษฎรและของวุฒิสภา  และการยืนยันการอนุมัติ
                   พระราชกําหนด  จะต้องกระทําในโอกาสแรกที่มีการประชุมสภานั้น ๆ

                           มาตรา  ๑๗๓  ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาจะได้อนุมัติพระราชกําหนดใด
                   สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

                   ของแต่ละสภา  มีสิทธิเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกว่าพระราชกําหนดนั้น
                   ไม่เป็นไปตามมาตรา  ๑๗๒  วรรคหนึ่ง  และให้ประธานแห่งสภานั้นส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

                   ภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นเพื่อวินิจฉัย  และให้รอการพิจารณาพระราชกําหนดนั้นไว้ก่อน
                   จนกว่าจะได้รับแจ้งคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

                           ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง  และให้ศาลรัฐธรรมนูญ
                   แจ้งคําวินิจฉัยนั้นไปยังประธานแห่งสภาที่ส่งความเห็นนั้นมา

                           ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกําหนดใดไม่เป็นไปตามมาตรา  ๑๗๒  วรรคหนึ่ง
                   ให้พระราชกําหนดนั้นไม่มีผลใช้บังคับมาแต่ต้น

                           คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าพระราชกําหนดใดไม่เป็นไปตามมาตรา  ๑๗๒  วรรคหนึ่ง
                   ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

                           มาตรา  ๑๗๔  ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากรหรือเงินตรา
                   ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน  พระมหากษัตริย์จะทรง

                   ตราพระราชกําหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้


                    50





                         .indd   50                                                                               27/8/2562   12:26:58
   54   55   56   57   58   59   60   61   62   63   64