Page 147 - รายงานการติดตามการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ : ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน
P. 147
กรณีศึกษาโครงการลงทุนโดยตรงของไทยในกัมพูชา
การแผ้วถางที่ดินสัมปทานเพื่อท�าไร่อ้อยของบริษัทส่งผลให้ที่ดิน
สาธารณะและป่าชุมชนจ�านวนมากถูกท�าลายทั้งนี้ป่าชุมชนถือได้ว่าเป็นทรัพยากร
ส่วนรวมของชุมชนที่มีความส�าคัญอย่างยิ่งต่อการด�ารงชีวิตของคนในพื้นที่
เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของป่าชุมชนเปรียบได้กับแหล่งอาหารหลักรวมถึงเป็น
แหล่งรายได้ของชาวบ้านอีกด้วยแม้ว่าพื้นที่ป่าชุมชนซึ่งทับซ้อนอยู่บนสัมปทาน
ของทั้ง 3 บริษัทจะไม่ได้ถูกแผ้วถางท�าลายไปทั้งหมดแต่เป็นที่สังเกตได้ชัดเจนว่า
ความอุดมสมบูรณ์ของป่านั้นลดลงและปรากฏความเสื่อมโทรมให้เห็น เป็นต้นว่า
เห็ดที่ขึ้นในป่านั้นมีจ�านวนลดลงมากและต้นไม้ก็ไม่มียางไม้ที่สามารถเผาออกมา
ใช้ประโยชน์ได้เหมือนก่อนหน้านี้อันเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความเสื่อมโทรมของ
ผืนป่านั่นเอง
แหล่งน�้าที่มีอยู่ในพื้นที่ก็ลดลงมากเนื่องจากมีอุตสาหกรรมเข้ามาตั้ง
แหล่งน�้าในพื้นที่จึงถูกปิดกั้นเกิดมลพิษเป็นอันตรายต่อการอุปโภคบริโภคระบบ
นิเวศในแหล่งน�้าถูกท�าลายปลาและพืชพรรณที่เคยมีในแหล่งน�้าก็ลดน้อยลงแหล่ง
น�้าบางส่วนก็ถูกกลบเพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการปลูกอ้อยอีกทั้งยังไม่มีมาตรการในการ
รักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ถูกท�าลายไปแต่อย่างใด
การตรวจสอบโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กสม. มีมติเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ต่อ คณะรัฐมนตรี, ก.ต่างประเทศ,
ก.พาณิชย์, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วย
งานที่เกี่ยวข้อง ในการประชุมครั้งที่ 32/2558 วันที่ 21 กันยายน 2558 (รายงานผล
การตรวจสอบ ที่ 1003/2558)
ต่อมา คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแล้ว ณ วันที่ 2 พฤษภาคม 2550 ดังนี้
สรุปผลการพิจารณาด�าเนินการตามรายงานผลการพิจารณาค�าร้องที่มี
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เรื่องสิทธิชุมชนกรณีการด�าเนินงานของบริษัทน�้าตาล
มิตรผล จ�ากัด ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ อ�าเภอส�าโรง (Samrong) และ
จงกัล (Chongkal) ในจังหวัดโอดอร์เมียนเจย (Oddar Meanchey) ในภาคตะวันออก
เฉียงเหนือของกัมพูชา ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
143

