Page 28 - โทษประหารชีวิตและหลักสิทธิมนุษยชน
P. 28
๒๕
๒) พระร�ชบัญญัติย�เสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒
ความผิดที่มีโทษประหารชีวิตตามพระราชบัญญัติ
ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มีดังนี้
มาตรา ๖๕ ผู้ใดผลิต นำาเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติด
ให้โทษในประเภท ๑ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๕ ต้องระวางโทษจำาคุก
ตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาท
ถ้าการกระทำาความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำาเพื่อ
จำาหน่ายต้องระวางโทษประหารชีวิต
ถ้าการชิงทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ผู้กระทำาต้องระวางโทษประหารชีวิต
มาตรา ๓๔๐ ผู้ใดชิงทรัพย์โดยร่วมกันกระทำาความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้นั้นกระทำา
ความผิดฐานปล้นทรัพย์ ต้องระวางโทษจำาคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท
ถึงสามหมื่นบาท
........................................................
ถ้าการปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำาต้องระวางโทษ
ประหารชีวิต
มาตรา ๓๔๐ ทวิ ถ้าการปล้นทรัพย์ได้กระทำาต่อทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรคแรก
ผู้กระทำาต้องระวางโทษจำาคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท
ถ้าการปล้นทรัพย์นั้นเป็นการกระทำาในสถานที่ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๕ ทวิ
วรรคสองด้วย ผู้กระทำาต้องระวางโทษจำาคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาท
ถึงสี่หมื่นบาท
ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองได้กระทำาโดยแสดงความทารุณ
จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ใช้ปืนยิง ใช้วัตถุระเบิดหรือกระทำาทรมาน
ผู้กระทำาต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำาคุกตลอดชีวิต
ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ผู้กระทำาต้องระวางโทษประหารชีวิต
๒๕
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕
26
DEATH PENALTY HUMAN RIGHTS
โทษประหารชีวิตและหลักสิทธิมนุษยชน

