Page 507 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 507
สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
National Human Rights Commission of Thailand
“จังหวัดอุดรธานี : ผูรองอยูอาศัยบนที่ดิน น.ส. 3 ก เลขที่ดิน 138 ครอบครองทําประโยชน ปลูกสราง
บานเลขที่ 64
พ.ศ. 2539 กรมทางหลวงดําเนินการกอสรางทางหลวงหมายเลข 2393 ราษฎรไมทราบวาทางการ
จะจายคาเวนคืนที่ดิน คารื้อถอนสิ่งปลูกสราง อยางไร
พ.ศ. 2544 เจาหนาที่กรมทางหลวงเขาสํารวจทรัพยสินของผูรองที่ตองรื้อถอนและแจงใหผูรองรื้อถอน
บานออกไปเพื่อจะทําการกอสราง ผูรองเห็นวา มีการสํารวจทรัพยสินแลวและเขตทางรุกลํ้าเขามาในเขตบาน
ตัวบานอยูชิดเขตทาง สายไฟฟาพาดผานบาน เกรงจะไดรับอันตราย จึงรื้อถอนบานพรอมกับบานใกลเคียงหลังอื่น
ผูรองไมไดรับเงินคาเวนคืนที่ดินและคารื้อถอน เพื่อนบานใกลเคียงที่รื้อถอนพรอมกันไดรับเงินแลว ผูใหญบาน
ทําหนังสือถึงอธิบดีกรมทางหลวงวาผูรองตกคางจากการรับคารื้อถอน
ผูรองรองเรียนไปยังสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัด สํานักนายกรัฐมนตรี ผูตรวจการแผนดินของรัฐสภา
แตไมไดรับแจงผลการพิจารณา เจาหนาที่ทางหลวง ศูนยสรางทางขอนแกน มาตรวจสอบหลายครั้ง และแจงวา
จะจายคารื้อถอนใหเต็มพื้นที่ แตผูรองยังไมไดรับเงิน ศูนยสรางทางขอนแกน กรมทางหลวง ตรวจสอบ
พบสิ่งปลูกสรางของผูรองไมอยูในเขตทาง (ไมมีบานหลังเกาใหประเมินเปนครั้งที่ 2 วาถูกเขตทางเทาไร) เจาหนาที่
จึงไมเขาสํารวจคิดราคาคาทดแทนให ผูรองรื้อถอนโดยพลการจึงไมสามารถที่จะจายเงินคาทดแทนใหได
สํานักทางหลวงที่ 5 และ โครงการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ 1 พิจารณาเห็นตรงดวยเหตุผลเดียวกันกับศูนยสรางทาง
ขอนแกน ศูนยสรางทางขอนแกนมีหนังสือถึงผูอํานวยการสํานักทางหลวงที่ 5 แจงผลการดําเนินการเรื่องพิพาท
คณะกรรมการกําหนดคาทดแทนเปนเงิน 8,580 บาท อยูระหวางการขอเงินจัดสรรและจะมีหนังสือ
แจงผูรองใหมาทําขอตกลงราคาคาทดแทนขั้นปรองดองในวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ”
“กรุงเทพมหานคร : ผูรองเปนผูเชาตึกแถวและที่ดิน ครอบครองทําประโยชน จดทะเบียน
การเชา 25 ป ตั้งแต พ.ศ. 2531 - 2556 ระหวางการเชาผูรองตอเติมกอสรางกําแพงคอนกรีตและเทพื้นปูนคอนกรีต
ดานหนาตึกแถวและติดตั้งกันสาดโครงเหล็กเพื่อประโยชนในการคาขายของผูเชา
พ.ศ. 2541 มีประกาศพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในทองที่ที่ผูรองเชาอยู
ผูรองไมทราบถึงการประกาศเนื่องจากไมมีทางราชการแจงใหทราบ เจาของตึกแถวที่ผูรองเชาในฐานะ
เจาของกรรมสิทธิ์เขาทําสัญญา ซื้อขายอสังหาริมทรัพยที่ถูกเวนคืน รับเงินคาทดแทนบางสวนและเงินคาเวนคืน
ในสวนที่ดินดานหนาตึกแถวติดฟุตบาทและสวนที่เปนกันสาดดานตึกที่ผูรองทําการตอเติม จากกรมทางหลวงชนบท
10 มกราคม พ.ศ. 2547 ผูรองไดรับหนังสือจากกรมทางหลวงชนบทใหรื้อถอนกันสาดออกจากแนวเขต
เวนคืนที่ดินภายในวันดังกลาว มิฉะนั้น เจาหนาที่จะเขาทําการรื้อถอนในวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2547 ผูรอง
ไมรื้อถอนเพราะเห็นการกระทํากรมทางหลวงชนบทไมชอบ
12 มกราคม พ.ศ. 2547 เจาหนาที่กรมทางหลวงนํากําลังตํารวจเขารื้อถอนกันสาดและสิ่งปลูกสราง
เกิดการโตแยงระหวางเจาหนาที่กับทนายความผูรองวา การรื้อถอนไมถูกตองตามกฎหมายและแจงเจาหนาที่ตํารวจ
ใหเขายุติการรื้อถอน จึงถูกแจงความกลับฐานขัดขวางการปฏิบัติงานของเจาหนาที่ ทนายฯ แจงกลับขอหาปฏิบัติ
หนาที่มิชอบ บุกรุก และทําใหเสียทรัพย ศาลตัดสินการกระทําของของทนายฯ ไมผิด เจาหนาที่ปดประกาศ
แจงกอนเขารื้อถอนนอยกวาระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด
486 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

