Page 116 - โครงการศึกษาวิจัย เรื่อง สิทธิชุมชนและผลกระทบโครงการพัฒนาภาคใต้
P. 116
๑๐๒
ข่าวสาร และร่วมกันคัดค้านการเข้ามาขุดเจาะสํารวจพื้นที่ของผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยมีสมาชิกองค์การ
บริหารส่วนตําบล ผู้ใหญ่บ้าน ครู และเด็กนักเรียน ร่วมคัดค้าน นอกจากนี้ชาวบ้านก็ได้มีการทําหนังสือ
ร้องเรียนถึงราชเลขาธิการและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมถึงได้รวมตัวกันเคลื่อนไหว
จนกระทั่งมีการระงับโครงการก่อสร้าง ที่ผ่านมาชาวบ้านสบายใจแน่ใจแล้วว่าโครงการน่าจะยุติไปแล้ว
แต่ปัจจุบันโครงการได้ถูกนํามารื้อฟื้นเพื่อดําเนินการใหม่ และบรรจุไว้ในแผนพัฒนาจังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยที่ภาคประชาชนไม่รับรู้ข้อมูล
เป็นที่น่าสังเกตว่าโครงการอ่างเก็บน้ําทั้งสามในจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ถูก
ชาวบ้านคัดค้านจนไม่สามารถดําเนินโครงการได้ แต่เนื่องจากโครงการเหล่านี้มีความจําเป็นต่อการ
ดําเนินอุตสาหกรรม จึงมักพบว่าในแผนงานต่าง ๆ ก็ยังระบุให้โครงการเหล่านี้เป็นส่วนประกอบอยู่
เช่นเดิม หากว่าการคัดค้านของชุมชนประชาชนอ่อนแรงลง โครงการที่ถูกระงับไว้เหล่านี้ก็จะฟื้นกลับมา
ดังเช่นที่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ จากการติดตามสถานการณ์ของเวทีวิจัยพบว่าจังหวัดกําลังพยายามรื้อฟื้น
โครงการเขื่อนท่าทนและเขื่อนลาไม โดยมีการพูดถึงเรื่องนี้ในที่ประชุมกํานันผู้ใหญ่บ้าน และมี
นายอําเภอเข้าไปพูดคุยกับแกนนําชาวบ้านโดยให้ข้อมูลว่าทั้ง ๒ เขื่อน ได้บรรจุไว้ในแผนพัฒนาจังหวัด
๙) โครงการไฟฟ้าชีวมวลของโรงงาน เอส พี โอ อะโกร อินดัสตรี้ส์ จํากัด
บริษัท เอส พี โอ อะโกร อินดัสตรี้ส์ จํากัด ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ตําบลทุ่งปรัง อําเภอสิชล
จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเนื้อที่ประมาณ ๒๐๗ ไร่ โดยได้รับใบอนุญาตจากสํานักงานอุตสาหกรรม
จังหวัดนครศรีธรรมราชให้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมการสกัดน้ํามันปาล์ม เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๓
โรงงานจะมีการนํากากของเสียชีวมวลจากการสกัดน้ํามันปาล์มมาผลิตไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม และเปิด
ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว
ที่ผ่านมาชาวบ้านไม่เห็นด้วยกับการดําเนินโครงการ เพราะสถานที่ที่ตั้งโรงงาน
๒๐๐ กว่าไร่ เป็นพื้นที่แก้มลิงที่รองรับการระบายน้ําท่วมของชุมชน การสร้างโรงงานได้ไปถมที่ดินขวาง
กั้นการไหลของน้ํานอกจากนี้โรงงานยังตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนมีระยะใกล้กับบ้านเรือนชาวบ้านมากเกินไป
การเข้ามาของบริษัทได้ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตําบลทุ่งปรัง โดยปกปิดข้อมูลข่าวสารว่านอกจาก
จะมีการสร้างโรงงานสกัดน้ํามันปาล์มแล้ว ก็ยังมีการสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวลด้วย ชาวบ้านจึงได้
ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งได้เข้ามาลงพื้นที่ แต่เป็นช่วงน้ําท่วมพอดี ต่อมา
อนุกรรมการสิทธิชุมชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เชิญ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด
อุตสาหกรรมจังหวัด รวมทั้งตัวแทนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้มาประชุมชี้แจง พบว่าบริษัทได้ทํา
การขออนุญาตดําเนินการกิจการโรงงานเฉพาะการสกัดน้ํามันปาล์ม แต่ยังไม่มีการยื่นขอใบอนุญาต
โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า ปัจจุบันทางโรงงานได้เปิดดําเนินการกิจการเรียบร้อยแล้ว โดยในสัปดาห์แรกที่
เริ่มเปิดดําเนินการเสียงโรงงานและเครื่องจักรดังมาก เสียงดังไปไกลจากพื้นที่โรงงานอําเภอทุ่งปรังถึง

