Page 79 - รางวัลเกียรติยศ "ผู้อุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน" บุคคลและองค์กรที่มีผลงานด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนดีเด่น ปี 2556
P. 79
เรียนรู้ เพื่อเดินต่ออย่างมั่นคง
ตลอดระยะเวลา ๔ ปี แห่งการต่อสู้เพื่อท้องถิ่น ประกอบกับการยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านหน่วยงานภาครัฐครั้งแล้ว
ครั้งเล่าและน้อยครั้งที่จะประสบความสำาเร็จ ได้สอนให้เครือข่ายฯ ตระหนักถึงความไม่เป็นธรรมของภาครัฐ ตั้งแต่
ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติที่ล้วนแต่มุ่งหวังเอาผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง รวมไปถึงการใช้อำานาจหน้าที่ของตน
คุกคามข่มขู่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนมากกว่ามุ่งบำาบัดทุกข์บำารุงสุข แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน
อย่างแท้จริง และสิ่งสำาคัญที่เครือข่ายฯ ได้เรียนรู้ คือ
๑. หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชนกลับไม่สามารถแสดงบทบาทในการปกป้องคุ้มครอง
ประชาชนได้อย่างแท้จริง เนื่องจากถูกครอบงำาด้วยอำานาจทุน
๒. เมื่อภาครัฐไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ พลังเครือข่ายจึงเป็นกลไกสำาคัญในการขับเคลื่อนการต่อสู้
ของชุมชนให้สำาเร็จ
๓. ผู้นำาท้องถิ่นจะต้องช่วยเหลือและสนับสนุนให้ประชาชนได้ใช้กลไกจากทุกภาคส่วนของสังคม ในการต่อสู้ปกป้อง
สิทธิอย่างชอบธรรมและไม่ขัดต่อกฎหมาย
๔. สำานึกรักบ้านเกิด หวงแหนท้องถิ่น ถือเป็นปัจจัยสำาคัญในการผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมในการต่อสู้
เพื่อปกป้องท้องถิ่น
หากเราจะศึกษารูปแบบกระบวนการรวมพลังขับเคลื่อนงานเพื่อปกป้องสิทธิชุมชนของตนที่มีตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๖ และ ๖๗ เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์คนฮักท้องถิ่น ฯ ถือเป็นกลุ่ม
เครือข่ายสิทธิที่สะท้อนให้เราเห็นภาพดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
71

