Page 63 - รางวัลเกียรติยศ "ผู้อุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน" บุคคลและองค์กรที่มีผลงานด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนดีเด่น ปี 2556
P. 63
กลอนลํา...นําทาง สู่วิถีชีวิตสิทธิมนุษยชน
แม่ครูราตรีได้ประพันธ์กลอนลำาให้หน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน เพื่อนำาข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ
มาร้อยเรียงเป็นกลอนลำาด้วยถ้อยภาษาวรรณศิลป์ที่สามารถเข้าใจได้โดยง่าย ถ่ายทอดออกมาให้ความรู้และสร้าง
ความเข้าใจต่อประชาชน ดังเช่นในงานเวทีสาธารณะ กสม. พบประชาชนในภูมิภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
ณ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเป็นเวทีให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ทำาความเข้าใจกับประชาชน
ถึงบทบาทในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตามอำานาจหน้าที่ รวมทั้งให้ประชาชนในภูมิภาคได้แสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่และหาทางออกในการแก้ปัญหาร่วมกัน นอกจากนี้ยังเป็น
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการทำางานกับทุกภาคส่วนในพื้นที่และเป็นการประสานความร่วมมือในการทำางาน
แบบบูรณาการร่วมกันกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๗ องค์กร ซึ่งแม่ราตรีศรีวิไลและคณะได้แสดงหมอลำา
เพื่อส่งเสริมและให้ความรู้ทางด้านสิทธิมนุษยชน ด้วยเนื้อหาที่เน้นถึงการเคารพคุณค่าของความเป็นมนุษย์ กระตุ้น
ให้สังคมมีวัฒนธรรมการเคารพคุณค่าและสิทธิความเป็นมนุษย์ในวิถีชีวิตประจำาวัน สอดคล้องกับทิศทางหลัก
ของการดำาเนินงานของ กสม. คือ การประสานพลังต่างๆ ของสังคมเพื่อร่วมกันพัฒนาวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน
ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
“ประเทศไทยเฮานี้ แบ่งเป็นสี่วัฒนธรรม
ตามสำาเนียงภาษาและประเพณีบ้าน ปฏิบัติยึดหมั่น
ตามครรลองพ่อแม่ ตามแต่ภูมิภาคพื้นธรรมชาติ
ที่ต่างกัน สำาเนียงเว้าจานั้นกะแตกต่างตามปัจจัย
ที่หล่อหลอมสำาเนียงไทยให้ต่างไป เทิงคำาเว้า
ลางเทื่อยืมคำาเขาเจ้า เทิงจีนแกวแขกฝรั่ง ฟังสับสน
กะพ่องนั้น มีแต่มื้อซิเปลี่ยนไป แต่มื้อนี้ฉัน...ราตรี
ซิได้เว้า ภาษาถิ่นไทยอีสาน ที่สัมพันธ์กับไทยกลาง
เทิงถ้อยคำาสำาเนียงเว้า..................”
55

