Page 83 - รายงานฉบับสมบูรณ์ ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ 1
P. 83

บทที่  ๔
                                      ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตํารวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิ
                                                ในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ ๑




                       ตารางที่ ๔.๒ ความรู้ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ตํารวจเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน และสิทธิ
                                  ในกระบวนการยุติธรรมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช

                                  ๒๕๕๐ (ต่อ)

                                                                                      จํานวน     จํานวน
                                  ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน                  ผู้ตอบถูก  ผู้ตอบผิด

                                 และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน
                                                                                     (ร้อยละ)  (ร้อยละ)

                         ๒๖. เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจย่อมมีอํานาจในการจับผู้ใด   ๙๖๒       ๔๖๘

                            โดยไม่จําเป็น ต้องมีหมายจับหรือคําสั่งของศาล              (๖๗.๓)      (๓๒.๗)
                         ๒๗. ตํารวจสามารถค้นในที่รโหฐาน โดยไม่มีหมายค้นได้ เมื่อได้รับ  ๙๙๓       ๔๓๗

                            ความยินยอมจากผู้ครอบครองที่รโหฐาน                         (๖๙.๔)      (๓๐.๖)

                         ๒๘. มีพยานหลักฐานยืนยันการกระทําความผิด แต่ผู้ต้องหายังคง    ๑,๓๓๘        ๙๒
                            ปฏิเสธ การที่ผู้ต้องหาที่ถูกเจ้าหน้าที่ทําร้ายร่างกายเพื่อให้   (๙๓.๖)   (๖.๔)

                            รับสารภาพถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

                         ๒๙. ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดทางอาญาโดยที่การพิจารณาตัดสิน   ๑,๓๖๒     ๖๘
                            ยังไม่ถึงที่สุด ผู้ที่ถูกกล่าวหาจะอยู่ในฐานะผู้บริสุทธิ์    (๙๕.๒)    (๔.๘)

                         ๓๐. ตํารวจค้นตัวเจนเชิงกับพวกขณะยืนซุบซิบกันหลังสถานีรถไฟ  ๑,๓๖๙          ๖๑

                            โดยตํารวจติดตามคนร้ายคดีปล้นทรัพย์หนีข้ามท้องที่มา  (๙๕.๗)            (๔.๓)
                            และได้ร่วมกับตํารวจในท้องที่ทําการติดตาม และมีเหตุสงสัยอันควร

                            ที่จะทําการค้น คือ สงสัยว่าจะมีอาวุธปืนและของผิดกฎหมาย เช่นนี้

                            ค้นตัวเจนเชิงโดยไม่จําต้องมีหมายค้นได้
                         ๓๑. วัยรุ่นเดินอยู่ในทางสาธารณะ คนหนึ่งเป็นผู้ต้องหาที่มีผู้แจ้งว่า   ๑,๓๖๑   ๖๙

                            จะไปทําความผิด เป็นเหตุอันควรสงสัยว่าจะทําความผิด และมีอาวุธที่  (๙๕.๒)   (๔.๘)
                            จะนําไปใช้ทําผิด ตํารวจค้นได้

                         ๓๒. กํานันเสือเห็นเขียวเจ้าของบ้านกับพวกกําลังต้มกลั่นสุราเถื่อน    ๙๔๖   ๔๘๔

                            อยู่ในบ้านในเวลากลางคืน กํานันเสือกับราษฎรมีอํานาจเข้าไปจับกุม  (๖๖.๒)   (๓๓.๘)
                            เขียวได้

                         ๓๓. อานนท์กระทําผิดซึ่งหน้าในความผิดลหุโทษในเวลากลางคืนแล้ว   ๙๔๔        ๔๘๖

                            หลบหนีเข้าบ้านของตนเอง ซึ่งเจ้าพนักงานตํารวจผู้ไล่จับรู้จักอย่างดีแล้ว  (๖๖.๐)   (๓๔.๐)
                            เมื่อไม่ปรากฏว่าอานนท์จะหลบหนีต่อไปอีก เจ้าพนักงานตํารวจผู้ไล่จับมี

                            อํานาจเข้าไปจับกุมอานนท์ในที่รโหฐานได้




                                                                                                                                ๖๕
                                                                                   รายงานฉบับสมบูรณ์
   78   79   80   81   82   83   84   85   86   87   88