Page 76 - รายงานฉบับสมบูรณ์ ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ 1
P. 76
บทที่ ๔
ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตํารวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิ
ในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ ๑
๔.๑.๔ พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตํารวจในการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิ
ในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน
๔.๑.๕ แนวทางการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตํารวจในการส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน
๔.๑.๑ ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง
จากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างจํานวนทั้งสิ้น ๑,๔๓๐ คน โดยสอบถามเกี่ยวกับ
การบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ ๑ พบว่า
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จํานวน ๑,๓๗๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๖.๐ และเพศหญิง จํานวน ๕๗ คน
คิดเป็นร้อยละ ๔.๐ มีอายุระหว่าง ๔๑- ๕๐ ปี จํานวน ๖๓๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๔.๕ รองลงมามีอายุ
ระหว่าง ๓๐ – ๔๐ ปี จํานวน ๔๓๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๖ และอายุมากกว่า ๕๐ ปี จํานวน ๒๓๒ คน
คิดเป็นร้อยละ ๑๖.๒
ระดับการศึกษาของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ในระดับปริญญาตรี จํานวน ๘๔๕ คน
คิดเป็นร้อยละ ๕๙.๑๐ รองลงมาคือต่ํากว่าระดับปริญญาตรี จํานวน ๔๒๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๙.๔๐
และระดับปริญญาโท จํานวน ๑๖๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๑.๕๐ ซึ่งในการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม
ครั้งนี้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ในระดับชั้นยศ จ.ส.ต. - ด.ต จํานวน ๘๙๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๒.๙
รองลงมาระดับชั้นยศ ร.ต.ต. - ร.ต.อ. จํานวน ๒๒๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๗ และระดับชั้นยศ ส.ต.ต. -
ส.ต.อ. จํานวน ๒๐๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๔.๓ ตามลําดับ
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่สังกัดกองบัญชาการตํารวจนครบาล จํานวน ๕๒๗ คน
คิดเป็นร้อยละ ๓๖.๙ รองลงมาสังกัดกองบัญชาการตํารวจภูธรภาค ๑ จํานวน ๔๓๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๓
และสังกัดกองบัญชาการตํารวจภูธรภาค ๗ จํานวน ๒๔๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๑ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มี
อายุราชการระหว่าง ๑๐ – ๑๙ ปี จํานวน ๕๒๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๖.๙ รองลงมามีอายุราชการ
ระหว่าง ๒๐ - ๒๙ ปี จํานวน ๔๕๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๑.๕ และอายุราชการน้อยกว่า ๑๐ ปี จํานวน ๒๔๘ คน
คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๓
ปัจจุบันกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ปฏิบัติงานด้านปราบปรามมากที่สุด จํานวน ๘๘๓ คน
คิดเป็นร้อยละ ๖๑.๗ รองลงมาเป็นด้านสืบสวน จํานวน ๓๑๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๒.๒ และด้านสอบสวน
จํานวน ๒๒๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๖.๐ ตามลําดับ ดังรายละเอียดตามตารางที่ ๔.๑
๕๘
รายงานฉบับสมบูรณ์

