Page 153 - รายงานฉบับสมบูรณ์ ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ 1
P. 153
บทที่ ๔
ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตํารวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิ
ในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ ๑
พล.ต.อ.วันชัย ศรีนวลนัด กล่าวขอบคุณคณะผู้วิจัยที่ได้ทําเรื่องนี้ ผลการวิจัยที่ผ่านมา
รอบ ๖ เดือน ผลงานออกมาเป็นที่น่าประทับใจ คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านกระบวนการ
ยุติธรรมเป็นผู้ที่ต้องการให้มีการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ เพื่อที่จะนําผลการศึกษาไปดําเนินการต่อในทาง
ปฏิบัติ และได้กล่าวเสริมเกี่ยวกับเรื่องการร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนว่า
“การที่กระทบกระทั่งกันหรือการร้องเรียน เกี่ยวกับการทํางานของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ซึ่งเข้า
มาสู่สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม มีสถิติที่ค่อนข้างสูง
จึงเป็นโจทย์ให้เราศึกษาว่าทําไมจึงมีปริมาณสูง และจะแก้ไขอย่างไรจึงเป็นที่มาของ
การวิจัย หลังจากนี้คงต้องเชิญคณะผู้วิจัยไปนําเสนอและสรุปผลการวิจัยให้ความรู้กับ
ตํารวจทั่วประเทศ และเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องในแต่ละภูมิภาค
หลังจากที่นําเสนอผลงานวิจัยในวันนี้ขอให้สรุปให้ด้วย เพื่อที่จะได้นําไปใช้ประโยชน์
สําหรับข้อเสนอถือว่าเป็นประโยชน์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนําไปใช้ในการ
แก้ปัญหาการปฏิบัติงานในหน่วยได้”
พ.ต.ท.วัชระ ตั้งยะฤทธ์ พงส.(สบ ๓) สน.บางเขน ขอเรียนต่อคณะผู้วิจัยและผู้บังคับบัญชา
ในสิ่งที่จะนําเสนอเกี่ยวกับการร้องทุกข์และสิทธิของผู้ร้อง กล่าวคือ
“ทางกรมคุ้มครองสิทธิมีมาตรการเกี่ยวกับการตรวจสอบ เกี่ยวกับข้อร้องเรียน แค่ไหน อย่างไร
เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิที่รับคําร้องเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญาหรือไม่ ข้อร้องเรียน
บางส่วนที่เป็นข้อความเท็จ ผู้ร้องจะต้องมีความรับผิดชอบแค่ไหน อย่างไร เช่น คดีที่ผู้ถูกจับ
เป็นเจ้าของบัตรประชาชน ผู้กระทําผิดจริงก็คือผู้ที่นําบัตรประชาชนของผู้ที่ถูกจับไป
เปลี่ยนแปลงใบหน้าและอายุให้ใกล้เคียงกับผู้กระทําผิด จากนั้นก็ไปทํางานกับผู้เสียหาย เมื่อได้
โอกาสก็ลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป ผู้เสียหายก็ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ขอให้
มีการจับกุม โดยอาศัยบัตรประชาชนปลอมนั้นในการร้องทุกข์ ระบุตัวเพื่อให้พนักงานสอบสวน
เชื่อถือ พนักงานสอบสวนทําการสอบสวนก็ยื่นขอหมายจับ ศาลก็ได้ออกหมายจับ หลังจากร้อง
ทุกข์ไป ๔ ปีแล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไปทําการจับกุม ในวันที่ตรวจสอบหมายจับเจ้าตัว
ยอมรับว่าเคยต้องโทษมาแล้ว โดยไม่ให้การใดๆ เอาแต่ร้องไห้ พนักงานสอบสวนก็รับตัวไว้ซึ่ง
เป็นคนละคนกัน ในระหว่างถูกจับผู้ต้องหาต้องการพบเจ้าทุกข์ เนื่องจากเวลาได้ล่วงมา ๔ ปี
เศษ ไม่สามารถติดต่อได้ ครบวันควบคุมตัวก็ส่งศาล ความจริงเลยไปปรากฏที่ศาลว่า ผู้ถูกจับ
แถลงต่อศาลว่าเขาเป็นคนละคน ไม่ใช่เป็นคนที่ปรากฏในบัตรประชาชน หลังจากศาลยกฟ้อง
ผู้ถูกจับโดยการนําพาของทนายความก็เข้าพบเจ้าหน้าที่คุ้มครองสิทธิร้องขอใช้สิทธิคุ้มครอง
จึงมีการส่งเรื่องมาตรวจสอบที่ สน.บางเขน หลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ทางสํานักงาน
ตํารวจแห่งชาติ มีนโยบายให้เยียวยาผู้ถูกจับโดยมอบเงินสดและซ่อมแซมบ้านพักให้ ซึ่งเงินสด
๑๓๕
รายงานฉบับสมบูรณ์

