Page 140 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 140

(Ò.Ò)  ¿“ææ◊Èπ∑’Ë·≈–°“√∑”ª√–‚¬™πå
                      ปรากฏวาพื้นที่ปลูกสรางสวนปาถูกลอมรอบดวยปาธรรมชาติ สัตวปาชุกชุม พื้นที่สวนปาแปลงนี้มี
               ลำหวยที่เปนตนน้ำลำนางรองไหลผานสองสาย ในลำน้ำสายที่ ๑ บริษัทไดทำการปรับปรุงสภาพพื้นที่
               ลำหวยสรางทำนบกั้นน้ำเพื่อเก็บไวใชดวยกัน ๓ จุด ตามระดับการไหลของน้ำ แตปจจุบันเหลือทำนบที่มี
               สภาพสมบูรณและใชประโยชนเพียงจุดเดียว สวนในลำน้ำสายที่ ๒ มีการปรับสภาพพื้นที่ถมแหลงน้ำ

               ธรรมชาติแลวฝงทอขนาดเสนผานศูนยกลาง ๖๐ เซนติเมตร เพื่อใหน้ำสามารถไหลผานไดจากการปรับ
               และถางพื้นที่ดังกลาว ในชวงที่ลำหวยไหลผานพื้นที่สวนปาจึงมีลักษณะแคบและตื้นเขิน
                      พื้นที่ปลูกสรางสวนปามีพันธุไมทั้งหมดจำนวน ๓ ชนิด คือ ยูคาลิปตัส ตนสัก และยางพารา การ

               เตรียมแปลงปลูกสรางสวนปา บริษัทไดทำการขุดรองเพื่อกักเก็บน้ำในพื้นที่ที่ปลูก ยูคาลิปตัส วิธีการคือปลูก
               ยูคาลิปตัสสี่แถว ขุดหนึ่งรอง ซึ่งขนาดรองลึกถึงแต ๓๐-๓๐๐ เซนติเมตร กวางตั้งแต ๑๕๐-๓๒๐ เซนติเมตร
               ปริมาณดานหนาของพื้นที่สวนปาการขุดรองคอนขางตื้น แตในสวนที่ลึกเขาไปดานใน ขนาดรองจะลึกและ
               กวางมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดกับปาธรรมชาติซึ่งในบริเวณดังกลาวจะมีสัตวปาชุกชุม เชน ชาง
               กระทิง

                      (Ò.Ú)  ¿“æªí≠À“·≈–º≈°√–∑∫
                      ผลกระทบจากการปรับพื้นที่ปลูกยูคาลิปตัส (การขุดรอง)
                      การขุดรองลึกประมาณ ๑-๓ เมตรในพื้นที่แปลงปลูก โดยอางวาขุดเพื่อเก็บน้ำในฤดูฝนไวเลี้ยง

               ตนยูคาลิปตัสนั้น ในการปรับพื้นที่และขุดรองน้ำของสวนปามีดินไหลถมลำหวยธรรมชาติ ซึ่งถือวาเปนการ
               ทำลายระบบนิเวศทางธรรมชาติที่สำคัญและรุนแรงอยางยิ่ง
                      ผลกระทบตอสัตวปา
                      เดิมพื้นที่กอนปลูกสรางสวนปามีสภาพปาที่สมบูรณและเปนแหลงที่อยูอาศัยและแหลงหากินของ
               สัตวปา อาทิเชน ชาง กระทิง เกง กวาง และฝูงวัวแดง พบวาไดมีการทำลายพื้นที่แหลงอาหารที่สำคัญตาม

               ธรรมชาติของสัตวปาไป ประกอบกับการปลูกยูคาลิปตัสทำใหขาดความชุมชื้นและขาดความอุดมสมบูรณ
               ของธาตุอาหารที่จำเปนตอพืช จึงเปนการทำลายวิถีชีวิตของสัตวปาอยางรุนแรง นอกจากนั้นแตเดิมมีโปงดิน
               ซึ่งเปนแหลงอาหารที่สำคัญของสัตวปาตามธรรมชาติกระจายอยูเปนจำนวนมาก แตพบวาถูกทำลาย

               เนื่องจากการไถปรับพื้นที่ ซึ่งมีรองรอยของการขุดรองกักเก็บน้ำในบริเวณที่มีสภาพเปนดินโปงบางสวนมีดิน
               พังทลายลงมาทับถม
                      จากการเขาตรวจสอบพื้นที่พบวายังมีรองรอยของชางปากระจายอยูในบริเวณพื้นที่ปลูกสวนปาเปน
               จำนวนมาก เนื่องจากแตเดิมเคยเปนปาที่อุดมสมบูรณและเปนเสนทางเดินหากินของชางปา ซึ่งตามอุปนิสัย
               ของชางนั้นเปนสัตวที่กินอาหารเปนจำนวนมากและการหากินครอบคลุมบริเวณกวาง อีกทั้งในแตละรอบจะ

               หากินในเสนทางเดิมตลอด ซึ่งภายหลังการดำเนินการของสวนปาและมีการไถปรับพื้นที่และขุดรองของ
               บริษัทสวนปา เปนการตัดเสนทางเดินหากินของฝูงชางปา  สงผลใหชางบางเชือกที่เดินหากินตกลงไปในรอง
               น้ำที่มีขนาดลึกมากที่บริษัทสวนปาขุดเพื่อกักเก็บน้ำในฤดูฝน จนทำใหเปนบอโคลนขนาดใหญ

                      ผลกระทบจากการใชสารเคมี จากการตรวจสอบพื้นที่และสอบถามชาวบานที่เปนลูกจางของสวนปา
               พบวาในการดำเนินการของบริษัทสวนปามีการใชสารเคมีไกรโพเสต ๔๘ เปนจำนวนมากในการฉีดฆา


                                                                                                  139
   135   136   137   138   139   140   141   142   143   144   145