Page 31 - คู่มือการอ้างอิงและการเขียนรายการเอกสารอ้างอิง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
P. 31
3.2 การอ้างอิงแบบเชิงอรรถ (Footnote)
เชิงอรรถ (Footnotes) เป็นหมายเหตุข้อความที่บันทึกไว้ท้ายหน้าเพื่ออธิบายขยายความเพิ่มเติม
จากเนื้อหาหนึ่งๆ ในหน้านั้น ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเนื้อหานั้น หรือเป็นข้อมูลระบุให้ทราบสถานภาพ
ด้านลิขสิทธิ์และแหล่งที่มาของงานที่ได้อ้างอิงไว้ในเนื้อหาหนึ่งๆ ในหน้านั้น โดยทั่วไปนิยมเขียนเชิงอรรถไว้
ตามล าดับที่ท้ายหน้าที่เนื้อหาที่อ้างปรากฏอยู่ หรืออาจวางเชิงอรรถไว้ที่ท้ายเรื่องหรือท้ายบทก็ได้ ถ้าอยู่ท้าย
เรื่องให้วางเชิงอรรถต่อจากรายการเอกสารอ้างอิง
3.2.1 ข้อก้าหนดในการเขียนเชิงอรรถ (Footnote)
1. ระบุหมายเลขก ากับข้อความ (ในเนื้อหา) ที่อ้างอิงและก ากับเชิงอรรถ โดยใช้เลขอารบิกเรียง
ตามล าดับจากข้อความแรกของข้อความที่ต้องการขยายความกับหมายเลขก ากับเชิงอรรถนั้นต้องตรงกัน
2. การเขียนรายการอ้างอิงของเชิงอรรถตรงส่วนท้ายของหน้าแต่ละหน้า หมายเลขล าดับของทั้งใน
เนื้อหาและในส่วนเชิงอรรถต้องตรงกัน และหมายเลขจะเรียงล าดับต่อไปในหน้าอื่นจนจบส่วนเนื้อหา
3. ก่อนลงรายการเชิงอรรถแต่ละหน้าต้องขีดเส้นคั่นระหว่างส่วนเนื้อหากับส่วนเชิงอรรถที่ท้ายหน้า
แต่ละหน้า โดยใช้ความยาวของเส้นคั่นเท่ากับ 1 ใน 3 ของความกว้างของหน้ากระดาษ
4. การพิมพ์เชิงอรรถแต่ละรายการ ก าหนดระยะย่อหน้าของบรรทัดแรกของเชิงอรรถทุกรายการ
โดยเว้นระยะย่อหน้าประมาณ 0.5 นิ้ว (1.27 ซม.) ส่วนบรรทัดถัดไป ให้พิมพ์ชิดขอบซ้ายของหน้า
5. การพิมพ์หมายเลขก ากับเชิงอรรถ ให้พิมพ์เลขเป็นลักษณะตัวพิมพ์ยก (Superscript) ในระยะ
1
ที่สูงกว่าข้อความเชิงอรรถเล็กน้อย (เช่น จาก ...)
6. เนื้อหาแต่ละหน้าที่ต้องการอ้างอิงต้องลงรายการเชิงอรรถให้อยู่ภายในหน้าเดียวกัน
7. เชิงอรรถที่อยู่ท้ายเรื่อง ให้รวบรวมไว้ในหน้าใหม่ต่างหากและอยู่ต่อจากเอกสารอ้างอิงให้ท าหัวข้อ
กลางหน้าด้วยค าว่า “เชิงอรรถ” หรือ “Footnotes” โดยไม่ต้องท าเป็นตัวหนา ไม่เป็นตัวเอน ไม่ขีดเส้นใต้
หรือไม่ต้องก ากับด้วยเครื่องหมายอัญประกาศคู่
3.2.2 ประเภทของเชิงอรรถ
เชิงอรรถ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เชิงอรรถขยายความเนื้อหา (Content Footnotes) และเชิงอรรถ
ระบุแหล่งและสถานภาพด้านลิขสิทธิ์ (Copyright Permission Footnotes) แต่ละประเภทมีขอบเขตและ
รูปแบบการเขียนเชิงอรรถ ดังนี้
คู่มือการเขียนอ้างอิงและการเขียนรายการเอกสารอ้างอิงของส านักงาน กสม. (2563) 20

